Home
РУССКИЙ   IN ENGLISH    ประกาศ: Announcement by the National Legislative Assembly on the Invitation for the Ascension of the Heir to the Throne ** รัฐบาลไทยโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ขอเชิญลงนามน้อมเกล้าแสดงความอาลัยถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพลอดุลยเดช ** พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยและสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วันที่ 15 ตุลาคม 2559 เวลา 23.30 น. ** กิจกรรมสอท.: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก จัดงานเลี้ยงรับรองวันกองทัพไทย ** การจัดงานพิธีสตมวารของ สอท. ณ กรุงมอสโก เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ** ข่าว: ตารางแสดงวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรรและราคากลาง (ราคาอ้างอิง) ในการจัดซื้อจัดจ้างที่มิใช่งานก่อสร้าง ** The Royal Rainmaking **
Home
  • ความสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย
  • สถานเอกอัครราชทูต
  • พื้นที่ในความรับผิดชอบ
  • สถานกงสุลในรัสเซียและ CIS
  • กิจกรรมสถานทูต
  • ข่าวและข้อมูลที่น่าสนใจ
  • ฝ่ายกงสุล
  • การศึกษารัสเซีย
  • ดาวน์โหลดเอกสารและแบบฟอร์ม
  • ข่าวงาน

  • 















    ติดต่อเรา
    Bolshaya Spasskaya 9
    Moscow 129090, Russia

    โทร: +7495 608-0856
    หมายเลขฉุกเฉิน:
    +๗๙๑๖ ๙๓๙-๒๑๕๕
    แฟกซ์: +7 (495) 690 - 9659

    รายละเอียดและแผนที่ >>>

    เอเชียกลางในกระแสอารยะธรรมโลก ตอนที่ 1 - สอท. ณ กรุงมอสโก : เอเชียกลางในกระแสอารยะธรรมโลก ตอนที่ 1 - สอท มอสโก

    รวมบทความ / CIS /

    เอเชียกลางในกระแสอารยะธรรมโลก ตอนที่ 1

    วัฒนะ คุ้นวงศ์
    เมษายน 2549

    อารยะธรรมของชนเผ่าเร่ร่อน

    “เอเชียกลาง” ซึ่งเรามีความเข้าใจว่าเป็นอาณาบริเวณซึ่งเป็นที่ตั้งของประเทศ 5 ประเทศ ที่แตกตัวออกมาจากอดีตสาธารณรัฐเอเชียกลางของสหภาพโซเวียตในอดีต โดยข้อเท็จจริงแล้ว ครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางกว่านี้มาก คือส่วนที่มีชื่อว่าอาณาจักรเตอร์กิสถานตะวันตกซึ่งหมายถึง ดินแดนของ 5 ประเทศ แล้วยังรวมดินแดนในส่วนที่เป็นอัฟกานิสถาน เปอร์เชียและอาณาจักรเตอร์กิสถานตะวันออกหรือดินแดนส่วนที่เป็นมณฑลตะวันตกของจีนในปัจจุบันอีกด้วย

    ดินแดน“เอเชียกลาง” ในช่วงก่อนคริสตกาลนั้น มีอารยธรรมเจริญรุ่งเรืองกว่าดินแดนในยุโรปในส่วนที่เป็นอังกฤษและฝรั่งเศสปัจจุบันเสียอีก ผู้คนที่อยู่ในอาณาเตอร์กิสถานเป็นชนเผ่าเร่ร่อนชาวเติร์กและชาวตาตาร์ในปัจจุบันซึ่งชาวจีนในสมัยนั้นเรียกว่าชาวฮวนหรือพวกฮวน-นั้ง ชาวฮวนคือพวกเร่ร่อนที่ไม่สร้างอาณาจักรเป็นหลักเป็นแหล่งสำหรับตนเอง เพราะดำรงชีวิตด้วยการเลี้ยงสัตว์เป็นหลัก ทำให้ต้องดั้นด้นไปทุกหนทุกแห่งที่สามารถให้หญ้าและน้ำแก่ม้าและแกะซึ่งเป็นสัตว์เศรษฐกิจของตนได้ และเพราะการที่ไม่มีหลักแหล่ง ชาวจีนจึงเรียกพวกเร่ร่อนนี้ว่าคนป่า หรือฮวน-นั้งนั่นเอง พวกฮวนในสายตาของชาติที่อาระยะกว่าเช่นจีนเป็นชนชาติที่ไม่มีอารยธรรม แต่อันที่จริงแล้ว พวกเร่ร่อนมิใช่ชนชาติที่ไม่มีอารยธรรม แต่พวกเขามีอารยธรรมในแบบของตน เป็นพวกที่มีความชำนาญในการดำรงชีพเฉพาะตัว แม้พวกเร่ร่อนไม่อยู่เป็นหลักเป็นแหล่ง แต่จะสร้างเมืองในทุกหนทุกแห่งที่เร่ร่อนไป เมืองที่สร้างทำหน้าที่เป็นสถานี ตลาดแลกเปลี่ยนสินค้าและเป็นจุดกำเนิดของศิลปวิทยาการ ชาวฮวนในเอเชียกลางเร่ร่อนไปทั่วโดยมีอาณาเขตจรดทะเลสาบแคสเปียนทางตะวันตก ต่อสู้กับชนเผ่าตูเรเนียนและอิเรเนียนเพื่อขยายดินแดนลงไปจนจรดอาณาจักรเปอร์เซียทางทิศไต้ เข้าครอบครองที่ราบทุ่งหญ้าสเตปป์ในไซบีเรียและเข้ายึดครองมองโกเลียรวมทั้งขยายอิทธิพลเข้าไปทางตอนเหนือและตะวันตกของจีนอยู่เนืองๆ จนจีนต้องสร้างกำแพงสกัดกั้นการขยายดินแดนของพวกฮวนเร่ร่อนนี้

    ชาวฮวนในเอเชียกลางมีรากเหง้ามาจากชาวซินเธียนส์ ซึ่งเป็นเชื้อชาติหนึ่งของสายอารยันและร่อนเร่ในดินแดนอันกว้างใหญ่ไพศาลจากที่ราบลุ่มแม่น้ำดานูบจนมาถึงที่ราบทุ่งหญ้าสเตปป์ในรัสเซียและเอเชียกลาง ต่อมาได้ผสมกับชาวฮวนหรือฮวน-นั้ง Yueh-Chi ที่ถูกขับมาจากดินแดนตอนเหนือของจีน(หรือมองโกเลียในปัจจุบัน)ในสมัยจักรพรรดิจี๋ ฮ่องเต้ ซึ่งอพยพมาเอเชียกลางตามเส้นทางของเทือกเขาคุนลุ้น ส่วนหนึ่งเข้ามายึดครองอาณาจักรบัคเตรียซึ่งเป็นชาวฮวนที่เข้ามาอยู่ก่อนแล้วตั้งแต่สมัยของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชเข้ามายึดครองเอเชียกลางในช่วงศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล ผู้คนในเอเชียกลางจึงมีบรรพบุรุษที่มีที่มาจากการผสมผสานระหว่างชาวซินเธียนส์จากยุโรปกับพวกฮวน-นั้งจากตะวันออกซึ่งต่อมาเราเรียกพวกนี้ว่าอินโด-ซินเธียนส์หรืออินโด-อารยัน(1)

    ในเวลาต่อมา พวกฮวน-นั้งอีกส่วนหนึ่งตั้งหลักแหล่งอยู่บริเวณดินแดนทางตะวันตกของจีนซึ่งเรียกว่า เตอร์กิสถานตะวันออกหรือดินแดนที่เป็นส่วนหนึ่งของมณฑลซินเกียงในปัจจุบัน ต่อมาถูกจักรพรรดิ์ หวู้-ตี่(ปีค.ศ. 140- ค.ศ. 86 ก่อนคริสตกาล) กวาดต้อนออกจากเตอร์กิสถานตะวันออกเพื่อเปิดทางให้ขบวนคาราวานของพ่อค้าชาวจีนสามารถขนสินค้าของตน โดยเฉพาะ ผ้าไหม เครื่องแล็กเกอร์และหยกไปขายยังอาร์เมเนียและกรุงโรมเพื่อแลกกับทองคำและเงินกลับจีน เส้นทางคาราวานการค้าจากจีนไปยังอาร์เมเนียและกรุงโรมที่เริ่มในช่วงศตวรรษที่ 1 ก่อนคริสตกาลคือจุดเริ่มต้นของเส้นทางการค้าที่เรียกว่าเส้นทางสายไหมตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

    ฮวน-นั้ง : ชาติกำเนิดของคนเอเชียกลาง

    ดังได้กล่าวข้างต้นว่า พวกฮวนซึ่งเร่ร่อนอยู่ในเอเชียกลางมีที่มาจากการผสมผสานกับพวกฮวน-นั้งหรือมองโกล พวกฮวน-นั้งนี้เองที่ผสมผสานทางเชื้อชาติกับพวกเร่ร่อนและกึ่งเร่ร่อนชาวอารยันในบริเวณลุ่มแม่น้ำดานูบเป็นพวกพวกแมกยาร์ต้นกำเนิดของชาวฮังการีในปัจจุบัน และไม่เพียงแต่กระจายเชื้อชาติมองโกลในฮังการีแล้ว ยังถ่ายทอดอารยธรรมมองโกลให้ชุมชนเร่ร่อนในยุโรปอีกด้วย โดยเฉพาะศิลปะการขี่ม้า การใช้ม้าเป็นพาหนะและเครื่องมือแรงงานลักษณะต่างๆ ซึ่งพวกฮวนชาวมองโกลจากเอเชียกลางรู้จักมานับเป็นพันปีก่อนนี้แล้ว ยังมีพวกเร่ร่อนเชื้อชาติอลันส์ซึ่งอยู่บริเวณคอเคซัสและเป็นชาติกำเนิดของชาวอาร์เมเนียและจอร์เจียในปัจจุบัน และฮวนอีกพวกหนึ่งที่อยู่บริเวณที่ราบลุ่มของทะเลดำ เป็นต้นกำเนิดของชาวยูเครนในปัจจุบัน รวมทั้งพวกฟินส์หรือพวกอลันส์ทางเหนือของยุโรป ซึ่งสันนิษฐานว่าพวกเร่ร่อนอลันส์นี้ก็เป็นเชื้อชาติที่ผสมผสานระหว่างฮวน-นั้งกับพวกเร่ร่อนนอร์ดิกของยุโรป

    อย่างไรก็ตาม พวกฮวนในเอเชียกลางในสมัยก่อนคริสตกาลก่อนที่จะวิวัฒนาการมาเป็นชาวเติร์กและชาวตาตาร์ตั้งแต่ศตวรรษที่ 6 เรื่อยมานั้น ได้ตั้งอาณาจักรของตนขึ้นแล้วเพื่อตอบสนองการใช้ชีวิตของพวกเร่ร่อนที่เป็นหลักเป็นแหล่งมากขึ้น และเพื่อความอยู่รอดท่ามกลางการเจริญเติบโตของอาณาจักรชนชาติอื่นๆที่มิใช่พวกเร่ร่อนที่ล้อมรอบเอเชียกลาง อาทิ อาณาจักรเมดีแอนของชาวกรีก อาณาจักรเปอร์เซียทางไต้ และจีนทางตะวันออกซึ่งตั้งมาตั้งแต่ 700 ปีก่อนคริสตกาล อาณาจักรของพวกฮวนในเอเชียกลาง ไม่ว่าจะเป็นโซกดิน่า โฆเรซึม หรือซาคา ล้วนอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรชนชาติต่างๆที่อยู่ล้อมรอบเอเชียกลางด้วยกันทั้งสิ้น จวบจนกระทั่งถึงระยะศตวรรษท้ายๆก่อนคริสตกาล พวกฮวนในเอเชียกลางซึ่งผสมผสานทางเชื้อชาติเผ่าพันธุ์กับฮวน-นั้งหรือมองโกลที่ถูกขับมาจากตอนเหนือของจีนได้ใช้กำลังเข้ายึดอาณาจักรบัคเตรียของชาวกรีกสำเร็จ จึงได้ตั้งอาณาจักรที่เป็นอิสระของตนซึ่งปกครองโดยราชวงศ์ต่างๆ และแผ่ขยายอาณาเขตของตนไปยังทิศทางต่างๆตามกาลเวลาที่เปลี่ยนไป การบุกเข้าไปในเปอร์เซีย อัฟกานิสถานและอินเดียของพวกฮวน-นั้งภายใต้อาณาจักรคูชานในศตวรรษที่ 2 การบุกเข้าไปในทุ่งหญ้าสเตปป์ในอาณาจักรเตอร์กิสถานตะวันออก(แคว้นซินเกียงของจีนในปัจจุบัน)ของพวกเร่ร่อนเอฟาลิติสที่ชาวจีนเรียกว่าพวกฮวนขาวในศตวรรษที่ 5 และบุกเข้าอินเดียอีกครั้งของพวกฮวนขาวนี้เองที่ได้ทำลายล้างเชื้อชาติกรีกในอินเดียตอนเหนือจนหมดสิ้น ชาวอินเดียตอนเหนือสุดจนถึงเมืองพาราณสีในปัจจุบันจึงสืบเชื้อสายมาจากพวกอินโด-อารยันที่พวกฮวน-นั้งบุกเข้ามาครั้งแรกในศตวรรษที่ 2 และจากพวกฮวนขาวในศตวรรษที่ 5 แต่พวกเร่ร่อนเอฟาลิติสหรือฮวนขาวมิใช่ต้นตระกูลของชาวเอเชียกลางซึ่งสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน หากแต่เป็นพวกฮวน-นั้งที่กระจัดกระจายในที่ราบลุ่มแม่น้ำของเอเชียกลางซึ่งร่วมมือกับอาณาจักรเปอร์เซียบุกเข้าตีอาณาจักรของพวกเร่ร่อนเอฟาลิติสเป็นผลสำเร็จในศตวรรษที่ 6 พวกฮวน-นั้งในเอเชียกลางนี้ได้วิวัฒนาการมาเป็นชนชาวตระกูลเติร์กและตั้งอาณาจักรเตอร์กิสถานที่เป็นอิสระของชนชาติตระกูลเติร์กเป็นครั้งแรกในเอเชียกลาง

    ยุโรปและรัสเซียในอุ้งมือของอาณาจักรมองโกล

    ชาวเติร์กในเอเชียกลางในระยะก่อนการเข้ามาของกองทัพมองโกลในศตวรรษที่ 13 เป็นต้นไป ถูกปกครองภายใต้อาณาจักรคีวาซึ่งมีอาณาเขตปกคลุมภูมิภาคเอเชียกลางในปัจจุบัน รวมกับดินแดนในภูมิภาคเทือกเขาคอเคซัสตอนไต้ทั้งหมด อิหร่าน อัฟกานิสถาน ปากีสถาน ตอนเหนือของอินเดียจนถึงแม่น้ำคงคา เตอร์กิสถานตะวันออก(แคว้นซินเกียง)และที่ราบทุ่งหญ้าสเตปป์ตอนไต้ของรัสเซีย เอเชียกลางถูกล้อมรอบด้วยอาณาจักรของพวกมุสลิมอาณาจักรต่างๆ ได้แก่ อียิปต์ซึ่งรวมปาเลสไตน์และซีเรียอยู่ด้วย อาณาจักรเซลิยุกในตุรกีในปัจจุบัน อาหรับคาลิฟัตในอิรัก และจีนในยุคของราชวงศ์ถังที่เสื่อมโทรมหรือที่เรียกว่า “ยุค 10 อาณาจักร” ความเสื่อมโทรมของจีนในยุคราชวงศ์ถังนี้เองที่เป็นปัจจัยสำคัญที่เชื้อเชิญให้อาณาจักรของพวกฮวนในมองโกเลียซึ่งมีศูนย์กลางอยู่บริเวณทะเลสาบไบคาลกล้าทำสงครามด้วย เข้ายึดครองในเวลาต่อมาและขยายอาณาจักรต่อไปอีกทางทิศตะวันตกจนถึงลุ่มแม่น้ำดานูบในที่สุดโดยมีเอเชียกลางถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งด้วย

    พวกฮวนในมองโกเลียหรือที่เรียกในเวลาต่อมาว่าชาวมองโกลในศตวรรษที่ 12 นั้น ตกอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรคิน(2) ซึ่งเป็นอาณาจักรอิสระของชาวจีนทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือและอยู่ทางตอนบนของอาณาจักรซ่ง พวกเร่ร่อนที่ปราศจากทุ่งหญ้าคือปลาที่ขาดน้ำ และจึงเป็นความจำเป็นที่พวกเร่ร่อนชาวมองโกลต้องหาทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ทางดินแดนทางไต้ซึ่งหิมะละลายเร็วกว่านั้น ทำให้ชาวมองโกลต้องทำการสู้รบกับชาวจีนที่ปกครองภายใต้อาณาจักรคินอยู่เนืองๆ การสู้รบกับชาวจีนซึ่งเป็นชาติที่มีอารยะธรรมเจริญกว่าชาติใดในโลก ทำให้พวกเร่ร่อนชาวมองโกลได้เรียนรู้ศิลปะการสู้รบและสิ่งประดิษฐ์ต่างๆของชาวจีนอาทิ การใช้ดินปืน การใช้พลุให้สัญญาณ และการใช้เข็มทิศนำมาประยุกต์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการทำสงคราม และเมื่อนำมาผสมผสานกับความชำนาญในการใช้ม้าเป็นพาหนะซึ่งเป็นความสามารถเฉพาะตัวของชาวมองโกลแล้ว กองทัพชาวมองโกลก็พร้อมที่จะเข้าโจมตีและยึดครองดินแดนที่ใดก็ได้ในโลก ทั้งนี้ ต้องไม่ลืมว่าสิ่งประดิษฐ์ของคนจีนต่างๆข้างต้นที่กองทัพมองโกลนำมาใช้ในการทำสงคราม โดยเฉพาะ การใช้ดินปืนนั้น ยังไม่มีฝรั่งตะวันตกชาติใหนในช่วงศตวรรษที่ 12 รู้จักมาก่อนจนกระทั่งได้เห็นกับตาของตนเองเมื่อกองทัพมองโกลได้ใช้มันเข้าโจมตีบ้านเมืองของตนแล้วเท่านั้น

    พวกเร่ร่อนชาวมองโกลในสมัยเจงกีสข่านปรารถนาที่จะได้ทุ่งหญ้าสเตปป์ตลอดแนวจากตอนไต้ของไซบีเรียไปจนถึงลุ่มแม่น้ำดานูบที่อุดมสมบูรณ์กว่าและมีฤดูร้อนที่ยาวกว่าเป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ของตน เจงกีสข่านจึงบุกไปตะวันตกหลอมรวมกองทัพของตนเข้ากับพวกเร่ร่อนชาวตาตาร์ทางตอนใต้ของไซบีเรียและตาตาร์ในเตอร์กิสถานตะวันออก(3) เป็นกองทัพเดียวกัน พร้อมกันนั้น ก็ได้ยกกำลังเข้าตีอาณาจักรคินและยึดปักกิ่งได้สำเร็จในปีค.ศ. 1214

    ในขณะที่การสู้รบกับอาณาจักรคินของชาวจีนทางเหนือเป็นศึกสงครามที่ทรหดและยืดเยื้อ เจงกีสข่าน วิตกกังวลถึงความเข้มแข็งของอาณาจักรคีวาซึ่งเป็นอาณาจักรทางตะวันตกที่มีพลานุภาพที่สุดและด้วยความเป็นอาณาจักรมุสลิมที่ชาวมองโกลรังเกียจมากที่สุด อาณาจักรคีวาสามารถเป็นภัยต่อชาวมองโกลได้ในสายตาของเจงกีสข่าน เจงกีสข่านจึงได้ส่งราชทูตไปยังเมืองซามาร์คานด์เพื่อเจริญไมตรีด้วยแต่เอกสารบางแห่งยืนยันว่าเพื่อสืบความลับของอาณาจักรคีวา และหากเจ้าผู้ครองรัฐคีวาภายใต้ราชวงศ์คาริสเมียนจะยอมรับการเจริญไมตรีของเจงกีสข่าน หรือไม่สังหารราชทูตด้วยการตัดคอแล้วส่งกลับไปยังราชสำนักของเจงกีส ข่านที่คาราโครัมแล้ว ประวัติศาสตร์โลกก็จะไม่บันทึกถึงเหตุการณ์ในปีค.ศ. 1218 ที่กองทัพมองโกลกว่า 6หมื่นคนบุกเข้ามายังเอเชียกลางและกวาดล้างอารยธรรมมุสลิมตั้งแต่ปามีร์ คาชการ์ ละฮอร์โคคานด์ บุคาราและซามาร์คานด์จนเกือบจะราบคาบและอย่างไร้ความปราณีเช่นนี้กองทัพของเจงกีส ข่านบุกตะลุยเอเชียกลางทั้งภูมิภาคจนไปประชิดตอนเหนือของทะเลสาบแคสเปียน ณ บริเวณที่เป็นเมืองอาสตราคานด์ของรัสเซียในปัจจุบันและที่จุดนี้ที่กองทัพมองโกลปะทะกับกองทัพของนครรัฐรัสเซียเป็นครั้งแรกและการสู้รบดำเนินไประหว่างปีค.ศ. 1235-1240 จนกระทั่งกรุงเคียฟ เมืองศูนย์กลางของนครรัฐรัสเซียถูกบดขยี้ในปีค.ศ. 1240 และเป็นการเปิดทางให้กองทัพของมองโกลในสมัยของอ๊อกได ข่านลูกชายของเจงกีส ข่าน (4)เข้ายึดรัสเซียได้ทั้งหมดและบังคับให้เป็นประเทศราชของมองโกลอย่างสมบูรณ์ กองทัพของชาวมองโกลในสมัยของอ๊อกได ข่านได้ขยายอาณาจักรของตนที่เริ่มต้นจากฝั่งแปซิฟิกจนจรดแม่น้ำดนีเปอร์ภายในระยะเวลา 28 ปี คือนับตั้งแต่ปีค.ศ. 1214 ปีที่กองทัพมองโกลเข้ายึดกรุงปักกิ่งสำเร็จจนถึงปีค.ศ. 1240 ซึ่งเป็นปีที่กรุงเคียฟของรัสเซียถูกบดขยี้ ทั้งนี้ ไม่จำเป็นต้องกล่าวถึงการเข้ายึดครองโปแลนด์ เยอรมันและฮังการีในอีกเพียง 1 ปีถัดมา(5)

    เจงกีส ข่านเสียชีวิตในปีค.ศ. 1227 อาณาจักรมองโกลถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนให้แก่ลูกและหลานของเจงกีส ข่านปกครอง โดยประเพณีแล้ว ลูกคนที่โตที่สุด จะได้รับอำนาจให้ปกครองส่วนของอาณาจักรส่วนที่ไกลที่สุด ดอร์จิ(Dorchi) ลูกชายคนโตจึงปกครองส่วนของอาณาจักรมองโกลด้านยุโรปทั้งหมดจนมาถึงรัสเซีย ยูเครนและตอนเหนือของคาซัคสถานในปัจจุบัน กองทัพมองโกลของของโจจิส่วนที่ตั้งหลักแหล่งในฮังการี ได้สังหารชาวแมกยาร์ซึ่งเป็นพวกฮวนเร่ร่อนบรรพบุรุษของตนเมื่อหนึ่งพันปีก่อนและบางส่วนที่ตั้งหลักแหล่งบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำดนีเปอร์ในยูเครน ผสมผสานกับคนพื้นเมืองทำให้ฝรั่งชาวยูเครนมีหน้าตาละม้ายไปทางเอเชียในเวลาต่อมา เป็นเหตุผลที่อธิบายในเวลาต่อมาว่าชาวยูเครนคือชาวซินเธียนส์ผสมมองโกลหรือที่เราเรียกกันติดปากว่ายูเครนคือชาวสลาฟหน้าจีน อาณาจักรของชาวมองโกลส่วนนี้ที่ต่อมาเรียกว่า Golden Horde ชางคาไต(Changkatai) ลูกชายคนที่ 2 ของเจงกีสข่าน ปกครองในส่วนที่เป็นเอเชียกลางทั้งหมด และรวมไปถึงอัฟกานิสถานและดินแดนทางตะวันตกสุดของจีนในปัจจุบัน อ๊อกได ข่าน ลุกชายคนสุดท้องปกครองในส่วนที่เป็นอาณาจักรมองโกลชั้นในสุด หากมิใช่เพราะอ๊อกได ข่านเสียชีวิตในปีถัดมา(ค.ศ. 1242) แล้ว ชาวมองโกลก็คงไม่ยกทัพกลับไปยังเมืองคาราโครัมถิ่นกำเนิดของตนอย่างแน่นอนซึ่งถือเป็นความโชคดีของชาวยุโรปที่เหลือทั้งหมด แต่กลับเป็นเคราะห์กรรมของชาวจีนและเอเชียที่เหลือ เมื่อมังกู ข่าน กษัตริย์มองโกลซึ่งสืบเชื้อสายจากเจงกีส ข่าน ขึ้นปกครองมองโกเลียและแต่งตั้งกุบไล ข่านน้องชายให้เป็นผู้สำเร็จราชการในจีนในปีค.ศ. 1251 กุบไล ข่านเป็นกษัตริย์ปกครองมองโกลและจีนอย่างสมบูรณ์ในปีค.ศ. 1260 พร้อมกับการตั้งราชวงศ์หยวน(6)ของชาวมองโกลปกครองจีนและย้ายเมืองหลวงจากคาราโครัมมาอยู่ที่กรุงปักกิ่ง อาณาจักรมองโกลที่มีศูนย์กลางที่ปักกิ่งมีอาณาจักรของตนไกลสุดตั้งแต่ฮังการี ครอบคลุมรัสเซีย(ยูเครน) และเอเชียกลาง เอเชียเกือบทั้งทวีป จนจรดมหาสมุทรแปซิฟิก รุ่งเรืองสุดขีดจนถึงปีค.ศ. 1268 ประกอบด้วยประเทศราชของมองโกลในซีเรีย อาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ของชาวมองโกล-ตาตาร์ในรัสเซียและในเตอร์กิสถาน(เอเชียกลาง) ยกเว้นก็เพียงแต่ ความพ่ายแพ้ของกองทัพมองโกลต่อกองทัพสุลต่านของอิยิปต์ซึ่งหยุดยั้งความทะเยอทยานของชาวมองโกลที่จะบุกตลุยเข้าไปปกครองในทวีปแอฟริกาในปีค.ศ. 1260 และการที่กองทัพมองโกลเข้าตีแคว้นปันจาบของอินเดียไม่ได้ รวมทั้งความไม่สามารถบุกไปตีเกาะญี่ปุ่นได้ แม้มีความพยายามถึง 2 ครั้ง ชี้ถึงการเสื่อมสลายของอาณาจักรมองโกลที่ยิ่งใหญ่ตลอด 2 ศตวรรษที่ผ่านมา ราชวงศ์หยวนถูกโค่นล้มโดยชาวจีนชาตินิยมในปีค.ศ. 1368 พร้อมกับการตั้งราชวงศ์หมิงขึ้นปกครองจีนจนถึงปีค.ศ. 1644 ซึ่งต่อมาถูกชาวแมนจูซึ่งเป็นบรรพบุรุษของพวกฮวน-นั้งและชาวมองโกลเชื้อสายเดียวกับเจงกีส ข่านก็เข้ามาโค่นล้มการปกครองของราชวงศ์หมิงและสถาปนาการปกครองของราชวงศ์แมนจูในจีนจนถึงปีค.ศ. 1911 เมื่อจีนประสบการปฏิวัติกระฎุมพีที่นำโดยปัญญาชนชาตินิยมดร.ซุน ยัต เซ็น

    --------------------------------------------------------------------------------

    ข้อสังเกตในเวลาต่อมาว่ากองทัพมองโกลจะต้องรู้จักการทำแผนยุทธศาสตร์การสู้รบแล้ว ถึงสามารถบัญชาการรบในสมรภูมิที่กว้างใหญ่ไพศาลจากแม่น้ำวิสตูลาถึงทรานซิลวาเนียได้อย่างมีเอกภาพซึ่งฝรั่งในยุโรปกว่าจะรู้จักการทำแผนรบระดับยุทธศาสตร์ก็ในสมัยจักรพรรดินโปเลียน โบนาปาร์ตหรืออีก 6 ศตวรรษต่อมา และเป็นเหตุผลอธิบายว่า ทำไมกองทัพมองโกลจึงไม่บุกยุโรปต่อไปจนถึงฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก ก็เพราะจากไซลีเซียต่อไปนั้นคือเขตเทือกเขาและป่าทึบซึ่งเป็นสมรภูมิที่ชาวมองโกลไม่ชำนาญการรบนั่นเอง

    ตอนที่2 >>


    --------------------------------------------------------------------------------------------


    1. 
    และเมื่อพวกนี้บุกเข้าเอเชีย โดยผ่านชองเขาไคเบอร์ในระหว่างปีค.ศ. 100-150 ได้ ก็เข้าไปถึงตอนเหนือของอินเดียจนถึงเมืองพาราณสี ทำลายล้างอาณาจักรและอารยะธรรมกรีกในอินเดียที่สถาปนาในสมัยจักรพรรดิ์อเล็กซานเดอร์มหาราชจนหมดสิ้นและเป็นต้นกำเนิดของชาวอินเดียตอนเหนือในปัจจุบัน


    2.
    อาณาบริเวณของแคว้นแมนจูเรียในปัจจุบัน


    3.
    ชาวมองโกลกับชาวตาตาร์ แม้จะเป็นชนชาติต่างกันแต่มีรากของเชื้อชาติเดียวกันโดยสังกัดในชนชาติตระกูลเติร์ก การที่กองทัพของทั้งสองชนชาติรวมเป็นหนึ่งเดียวกันภายใต้กองทัพชาวมองโกลในสมัยเจงกีสข่านและขุนศึกมองโกลรุ่นต่อมาในเวลาที่บุกเข้าโจมตีและยึดครองรัสเซียระหว่างศตวรรษที่ 13-15 นั้น ทำให้เกิดความเข้าใจว่ามองโกลกับตาตาร์เป็นพวกเดียวกัน


    4.
    เจงกีส ข่านเสียชีวิตในปีค.ศ. 1227 ท่ามกลางชัยชนะในการรบครั้งแล้วครั้งเล่าและโดยเฉพาะหลังจากที่ได้นำกองทัพบุกเข้ายึดกรุงคอนสแตนติโนเปิลสำเร็จ


    5.
    กองทัพมองโกลบุกเข้ายึดโปแลนด์หลังจากที่เอาชนะกองทัพผสมของโปแลนด์กับเยอรมนีได้สำเร็จในการรบที่แคว้นไซลีเซียในปีค.ศ.1241 ในรัชสมัยของจักรพรรดิ์เฟรเดอริคที่ 2 หลังการรบครั้งนี้ นักประวัติศาสตร์การทหารของยุโรปได้ตั้งข้อสังเกตในเวลาต่อมาว่ากองทัพมองโกลจะต้องรู้จักการทำแผนยุทธศาสตร์การสู้รบแล้ว ถึงสามารถบัญชาการรบในสมรภูมิที่กว้างใหญ่ไพศาลจากแม่น้ำวิสตูลาถึงทรานซิลวาเนียได้อย่างมีเอกภาพซึ่งฝรั่งในยุโรปกว่าจะรู้จักการทำแผนรบระดับยุทธศาสตร์ก็ในสมัยจักรพรรดินโปเลียน โบนาปาร์ตหรืออีก 6 ศตวรรษต่อมา และเป็นเหตุผลอธิบายว่า ทำไมกองทัพมองโกลจึงไม่บุกยุโรปต่อไปจนถึงฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก ก็เพราะจากไซลีเซียต่อไปนั้นคือเขตเทือกเขาและป่าทึบซึ่งเป็นสมรภูมิที่ชาวมองโกลไม่ชำนาญการรบนั่นเอง


    6.
    ราชวงศ์หยวนปกครองจีนตั้งแต่ปีค.ศ. 1280 จนถึงปีค.ศ. 1368

    อ่านบทความอื่นๆในหมวดCIS: บทความทั้งหมด >>>
    
     
    กรุงเทพมหานคร
    มอสโก
    เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก
    วลาดิวอสต็อก
    เคียฟ
    เยเรวาน
    อัลมาตี
    ทาชเคนท์
    Москва информер погоды
    Банкок информер прогноз погоды
    เรื่องเด่น
    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเยือนรัสเซีย
    บทความ
    เอเชียกลางในกระแสอารยะธรรมโลก ตอนที่ 2

    โดย วัฒนะ คุ้นวงศ์
    นักรบเร่ร่อนคอซแซคส์ : ประกายไฟไหม้ลามทุ่ง ในรัสเซียและในเตอร์กิสถาน(7)ซึ่งถูกผนวกเข้าอยู่ในระบบการปกครอ ...
    รัสปูติน บทที่ 2 โศกนาฎกรรมในวัยเด็ก

    โดย กุมภกา
    รัสปูติน Grigori Yefimovich Rasputin ????????? ????????? ????????? บุคคลที่มีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนโฉมหน้าประวัติศาสตร์รัสเซีย และชะตาชีว ...

    *** สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก ขอสงวนลิขสิทธิ์ในงานเขียนและงานแปลทุกชิ้น ***

    Copyright © 2008-2012 Royal Thai Embassy. All Rights Reserved.