Home
РУССКИЙ   IN ENGLISH    ประกาศ: Announcement by the National Legislative Assembly on the Invitation for the Ascension of the Heir to the Throne ** รัฐบาลไทยโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ขอเชิญลงนามน้อมเกล้าแสดงความอาลัยถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพลอดุลยเดช ** พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยและสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วันที่ 15 ตุลาคม 2559 เวลา 23.30 น. ** กิจกรรมสอท.: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก จัดงานเลี้ยงรับรองวันกองทัพไทย ** การจัดงานพิธีสตมวารของ สอท. ณ กรุงมอสโก เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ** ข่าว: ตารางแสดงวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรรและราคากลาง (ราคาอ้างอิง) ในการจัดซื้อจัดจ้างที่มิใช่งานก่อสร้าง ** The Royal Rainmaking **
Home
  • ความสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย
  • สถานเอกอัครราชทูต
  • พื้นที่ในความรับผิดชอบ
  • สถานกงสุลในรัสเซียและ CIS
  • กิจกรรมสถานทูต
  • ข่าวและข้อมูลที่น่าสนใจ
  • ฝ่ายกงสุล
  • การศึกษารัสเซีย
  • ดาวน์โหลดเอกสารและแบบฟอร์ม
  • ข่าวงาน

  • 















    ติดต่อเรา
    Bolshaya Spasskaya 9
    Moscow 129090, Russia

    โทร: +7495 608-0856
    หมายเลขฉุกเฉิน:
    +๗๙๑๖ ๙๓๙-๒๑๕๕
    แฟกซ์: +7 (495) 690 - 9659

    รายละเอียดและแผนที่ >>>

    The New Great Game ของศตวรรษที่ 21 - สอท. ณ กรุงมอสโก : The New Great Game ของศตวรรษที่ 21 - สอท มอสโก

    รวมบทความ / CIS /

    The New Great Game ของศตวรรษที่ 21

    วัฒนะ คุ้นวงศ์
    2549

    The New Great Game เป็นพัฒนาการทางการเมืองในภูมิภาคเอเชียกลางหลังเหตุการณ์ 11 กันยายน ซึ่งสะท้อนภาพความต่อเนื่องของสงครามเย็นในรูปแบบใหม่ระหว่างรัสเซียกับสหรัฐฯ ซึ่งย้ายสมรภูมิจากยุโรปตะวันออก ไปยังเอเชียกลาง โดยมีปัจจัยในเรื่องของการครอบครองแหล่งทรัพยากรด้านพลังงานเป็นเดิมพัน

    The New Great Game เป็นเสมือนการซ้ำรอยของประวัติศาสตร์ในช่วงปลายของศตวรรษที่ 20 ซึ่งเป็นห้วงเวลาที่จักรวรรดิรัสเซียและจักรวรรดิ์อังกฤษทำสงครามเย็นระหว่างกันเพื่อการสถาปนาอิทธิพลของตนในภูมิภาคเอเชียกลางซึ่งเป็นยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับมหาอำนาจใดก็ตามที่ต้องการเข้ายึดครองอินเดียและอนุทวีปเอเชียใต้ การทำสงครามระหว่างมหาอำนาจสองประเทศในช่วงเวลานั้นซึ่งใช้การจารกรรม การหักเหลี่ยมเชิงการทูต และกลอุบายสารพัดรูปแบบ โดยมิได้มีการปะทะกันด้วยกำลังอาวุธนั้น เป็นเสมือนเกมส์มากกว่าสงคราม จึงเรียกสงครามเย็นระหว่างรัสเซียกับอังกฤษในเวลานั้นว่า the Great Game


    คีร์กิซสถานเป็นประเทศแรกในอดีตสาธารณรัฐสหภาพโซเวียตเอเชียกลางที่ยอมให้สหรัฐอเมริกาเข้ามาจัดตั้งฐานทัพอากาศ มันเป็นเหตุการณ์ที่เริ่มต้นเมื่อเครื่องบินขนส่ง C-17 ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ขนหน่วยปฏิบัติการพิเศษชุดแรกที่นำโดยพลเอกคริสโตเฟอร์ เคลลี่ (General Christopher Kelly) แตะลานบินของสนามบินพลเรือนเมืองมานาส(Manas Civilian Airport) เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2544 เป็นเวลาเพียง 3 เดือนหลังจากที่กลุ่มอัล กออิดะห์ได้ก่อวินาศกรรมในเมืองสำคัญของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 11 กันยายนปีเดียวกัน

    นายพลเคลลี่ เป็นผลผลิตของนโยบายการสร้างพันธมิตรทางทหารระหว่างสหรัฐอเมริกากับประเทศอดีตสหภาพโซเวียตในเอเชียกลางหลังเหตุการณ์ 911 ซึ่งสหรัฐอเมริกาคาดหวังที่จะใช้ประเทศในเอเชียกลางเป็นฐานสนับสนุนทางทหารในการทำสงครามกับกลุ่มลัทธิก่อการร้ายอัล กออิดะห์ ที่มีฐานที่มั่นอยู่ในอัฟกานิสถาน ภูมิภาคเอเชียกลางซึ่งเคยสงบนิ่งในอุ้งมือของรัสเซียมานานกว่าศตวรรษจนถูกขนานนามว่า “หลุมดำของโลก” ได้กลับมาอยู่ในสป็อตไลท์ของโลกอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่มันเคยอยู่มาแล้วในช่วงของการต่อสู้เพื่อช่วงชิงอิทธิพลในเอชียกลางระหว่างรัสเซียกับอังกฤษในช่วงศตวรรษที่ 19 ที่เราเรียกกันว่า “the Great Game”

     

    “the Great Game” เป็นคำที่ Arthur Conolly นักประวัติศาสตร์อังกฤษใช้เรียกการต่อสู้ระหว่างรัสเซียกับอังกฤษในการช่วงชิงอิทธิพลในเอเชียกลาง ต่อมารุดยาร์ด คิปลิ้ง(Rudyard Kipling) นำคำนี้มาใช้ในวรรณกรรมเรื่อง Kim ของเขา เมื่อกองทัพของจักรวรรดิรัสเซียจากคอเคซัสข้ามทะเลสาบแคสเปียนเข้ามายังเอเชียกลางเป็นครั้งแรกในปีค.ศ. 1813 โดยเข้ามาล้มระบอบการปกครองของบรรดาข่านแห่งเอเชียกลางอาณาจักรต่างๆ ทีละแห่ง จาก คีวา (Khiva) บุคารา (Bukhara)ซามาร์คานด์ (Samarkhand) ทาชเคนต์(Tashkent)จนถึงเมิร์ฟ(Merv)ซึ่งหากรัสเซียไม่หยุดที่จุดนี้ ย่อมหมายความว่ากองทัพรัสเซียจะสามารถตีเข้าอินเดียในจุดแรกที่เปชาวาร์(Peshavar) ได้ภายในไม่เกินสัปดาห์ ซึ่งแน่นอนว่าย่อมจะต้องสร้างความแตกตื่นให้ลอร์ดจอร์ช เนธาเนียล เคอร์ซอน (Lord George Nathaniel Curzon) ผู้สำเร็จราชการของอังกฤษในกัลกัตตาเป็นอย่างยิ่ง จนต้องส่งสัญญาณให้ลอนดอนเตรียมพร้อมในการเข้าสู่สงครามกับรัสเซียเพื่อช่วงชิงภูมิภาคเอเชียกลางไว้สำหรับเป็นกำแพงสกัดกั้นมิให้รัสเซียผ่านอัฟกานิสถานเข้ามายึดอินเดียได้สำเร็จ ดังนั้น อัฟกานิสถานจึงเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ทั้งรัสเซียและอังกฤษหมายที่จะยึดให้ได้เพราะหากรัสเซียยึดอัฟกานิสถานได้เมื่อใดแล้ว ก็จะเปิดทางให้กองทัพสามารถผ่านเข้าอินเดียได้โดยสะดวกเหมือนเช่นที่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ มหาราช ใช้เป็นเส้นทางเข้าอินเดียในศตวรรษที่ 3 และบาบูร์ กษัตริย์ต้นรัชสมัยของราชวงศ์โมกุลของอุซเบกิสถานใช้ในการเข้ายึดและปกครองอินเดียในศตวรรษที่ 16 และขณะเดียวกันการเข้ายึดอัฟกานิสถานได้สำเร็จจะทำให้กองทัพของอังกฤษสามารถเข้าเอเชียกลางได้ซึ่งเป็นสิ่งที่รัสเซียไม่ต้องการให้เกิดขึ้น

    “the Great Game” จบลงด้วยการลงนามความตกลงเขตแดนระหว่างอังกฤษกับรัสเซียปีค.ศ. 1907 (Anglo-Russian Convention of 1907) ซึ่งอังกฤษยินยอมให้ดินแดนบริเวณเทือกเขาปามีร์ (Pamir) ตกเป็นของรัสเซียทั้งหมดพร้อมกับการตั้งเขตกันชนระหว่างกันขึ้นที่วาคาน (Wakhan Corridor) ในดินแดนที่เป็นอิหร่านในปัจจุบัน ทั้งนี้ เพื่อที่อังกฤษจะสบายใจว่ารัสเซียจะไม่เขยิบเข้าไปตามเส้นทางของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชที่มีจุดหมายปลายทางที่อินเดียมากไปกว่านี้

    เอเชียกลางหายไปพร้อมกับกาลเวลาที่ถูกห่อหุ้มด้วยการปฏิวัติสังคมนิยมในรัสเซียและการถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียตที่นานกว่า 70 ปี ผู้คนรุ่นปัจจุบันรับรู้เพียงแต่ว่าเอเชียกลางคือดินแดนที่เป็นเหมือนหลุมดำของโลก ที่ซึ่งคนในไม่ได้ออก คนนอกไม่ได้เข้า และไม่น่าอภิรมย์ที่จะเดินทางไป เป็นความรู้สึกเดียวกันหรือแย่กว่ากับการที่จะต้องเดินทางไปประเทศในแอฟริกา มองโกเลียหรือตะวันออกกลาง แล้วอะไรเล่าที่ทำให้เอเชียกลางกลับเข้ามาอยู่ในสปอตไลท์ของโลกอีกในเวลานี้ อะไรที่ทำให้คนอเมริกัน คนดัชท์ คนฝรั่งเศส คนอังกฤษและแม้แต่คนอาเยนติน่าที่อยู่ไกลออกไปถึงหนึ่งหมื่นไมล์ต้องหอบลูกจูงหลานมาใช้ชีวิตในหลุมดำที่นี่ คำตอบอยู่ที่ “the New Great Game” ของศตวรรษที่ 21 นี้

    “the New Great Game” ของศตวรรษที่ 21 คือพัฒนาการทางการเมืองในภูมิภาคเอเชียกลางหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียตในปีค.ศ. 1991 เมื่อเกิดสภาวะสูญญากาศแห่งอำนาจขึ้นหลังจากที่รัสเซียปล่อยให้สาธารณรัฐในภูมิภาคเอเชียกลางที่อยู่ในครอบครองของตนเป็นอิสระ ในขณะเดียวกันกับที่ไม่มีมหาอำนาจอื่นใดเข้ามาแสดงอิทธิพลแทนที่ในทันทีทันใด สภาวะสูญญากาศ ดังกล่าวซึ่งพัฒนาในระยะหนึ่ง เปิดทางให้เกิดการเคลื่อนใหวทางการเมืองในภูมิภาคเอเชียกลางเป็นครั้งแรกในเวลากว่า 70 ปี ภูมิภาคเอเชียกลางซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย เปลี่ยนฐานะจากหลังบ้านของรัสเซียกลายเป็นเพื่อนที่อยู่หลังบ้านซึ่งเจ้าของบ้านสามารถที่จะเชิญมหาอำนาจอื่นๆ เข้ามาเป็นแขกของตนได้ มหาอำนาจต่างๆทยอยเข้ามาในเอเชียกลางด้วยวิธีการที่แตกต่างกัน แต่มีเป้าประสงค์เดียวกัน ซึ่งก็คือ การเข้ามาครอบครองพื้นที่ของโลกที่มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะ พลังงาน

    “the New Great Game” ของศตวรรษที่ 21 เป็นการต่อสู้ระหว่างมหาอำนาจเพื่อช่วงชิงอิทธิพลในภูมิภาคเอเชียกลางเหมือนที่อังกฤษดำเนินกับรัสเซียในสมัยศตวรรษที่ 20 แต่แตกต่างกันที่เป้าประสงค์ หากในอดีตเป็นการต่อสู้กันระหว่างอำนาจรัฐของชาติเพื่อการครอบครองเส้นทางยุทธศาสตร์ในการเข้าอินเดีย(สำหรับรัสเซีย)หรือเพื่อปกป้องอินเดีย(สำหรับอังกฤษ) เป็นสำคัญ แต่ “the New Great Game” ของศตวรรษที่ 21 เป็นการต่อสู้กันระหว่างระหว่างอำนาจรัฐที่อยู่เหนือชาติ ซึ่งก็คือระหว่างบริษัทข้ามชาติที่มีกลุ่มประเทศมากกว่าหนึ่งขึ้นไปสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง อังกฤษของยุควิคตอเรียมิได้ถูกแทนที่โดยอังกฤษที่มีพรรคเลเบอร์เป็นรัฐบาลเท่านั้น แต่ถูกแทนที่โดยบรรษัทน้ำมัน Royal Dutch Shell ซึ่งมีกรรมสิทธิ์เป็นทั้งของคนดัชท์และคนอังกฤษ ส่วนจักรวรรดิรัสเซียก็มิได้ถูกแทนที่โดยสหพันธรัฐรัสเซีย แต่ถูกแทนที่โดยบรรษัท LukOil และ Gasprom ซึ่งเจ้าของมิใช่ชาวรัสเซียผู้เสียภาษีอากร แต่เป็น Oligarchs รัสเซียที่อาศัยอยู่ในคฤหาสน์ของตนทั่วโลก และนั่งเครื่องบินเจ๊ตส่วนตัวมาทำงานที่สำนักงานในรัสเซีย ไม่เพียงแต่เท่านั้น ยังรวมถึง hedge fund ในตลาดหุ้นที่นิวยอร์ก ที่เข้ามาลงทุนในบริษัทน้ำมันของรัสเซียดังกล่าวอีกด้วย นอกจากบริษัทข้ามชาติดังกล่าวที่มีมหาอำนาจดั้งเดิมสนับสนุนแล้ว ปรากฏการณ์ใหม่ของ “the New Great Game” คือการปรากฏตัวของบรรษัทข้ามชาติของสหรัฐอเมริกาที่เข้ามาเป็นตัวเล่นที่สำคัญแทนอังกฤษ ที่สำคัญ ได้แก่ ExxonMobil และ ChevronTexaco และมีมหาอำนาจในระดับภูมิภาคที่ข้ามชั้นเข้ามาเล่นอยู่ในเกมส์นี้ด้วย ที่สำคัญ ได้แก่ จีน อินเดียและอิหร่าน เป็นต้น

    “The New Great Game” มีเดิมพันอยู่ที่พลังงานทั้งก๊าซธรรมชาติและน้ำมันที่มีสายแร่อยู่ในอาณาบริเวณของทะเลสาบแคสเปียนทั้งในทะเลและชายฝั่ง โดยกระจุกตัวอยู่มี่ 3 แห่งใหญ่ๆ ได้แก่ ทางชายฝั่งตะวันตกในเขตอธิปไตยของสาธารณรัฐอาเซอร์ใบจาน ทางชายฝั่งตัวออกและตะวันออกเฉียงเหนือในดินแดนของสาธารณรัฐคาซัคสถานและทางชายฝั่งตอนใต้ซึ่งมีอิหร่านและเติร์เมนิสถานครอบครอง แหล่งพลังงานในทะเลสาบแคสเปียนเป็นแหล่งพลังงานที่เรียกว่า “ยังไม่ถึงจุดที่เป็น Peakoil “ คือนับวันที่มีการสำรวจมากขึ้น ตัวเลขของปริมาณสำรองที่พบและพิสูจน์ได้ก็มีแต่จะเพิ่มมากขึ้น อาทิ จากปีค.ศ. 1994 ซึ่งเป็นปีที่รัฐบาลของสาธารณรัฐ อาเซอร์ใบจานทำสัญญากับ International Consortium of Oil Corporations ซึ่งเรียกกันว่า ”สัญญาแห่งศตวรรษ” นั้น น้ำมันสำรองในทะเลสาบแคคสเปียนถูกบันทึกไว้โดย International Energy Agency ที่ประมาณ 30 พันล้านบาเรล ปีค.ศ. 2001 ประมาณ 50-70 พันล้านบาเรล แต่ในปัจุบันนี้อยู่ที่ประมาณ 110-130 พันล้านบาเรล โดยมีมูลค่าเมื่อคิดจากราคาน้ำมันในปัจจุบันประมาณ 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

    สหรัฐฯ เข้ามาในเอเชียกลางมิใด้มีจุดประสงค์หลักเพื่อปราบขบวนการก่อการร้ายที่มีฐานอยู่ที่อัฟกานิสถานอย่างแน่นอน มิฉะนั้นแล้วท่านรองประธานาธิบดี Dick Cheney คงจะไม่เสนอในรายงานว่าด้วยนโยบายด้านพลังงานของสหรัฐฯในปีค.ศ. 2001 ไว้อย่างนี้ว่า “ท่านประธานาธิบดีควรต้องให้ประเด็นเรื่องความมั่นคงด้านพลังงานเป็น priority ในนโยบายการค้าและนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ทั้งนี้ ทะเลสาบแคสเปียนจะเป็นแหล่งป้อนพลังงานที่สำคัญของสหรัฐฯ” เพื่อที่จะสามารถเข้าถึงแหล่งพลังงานในเอชียกลางได้โดยเสรี สหรัฐฯ จำต้องสกัดกั้นและทำลายบทบาทผูกขาดของรัสเซียด้านพลังงานในภูมิภาคเอเชียกลางและคอเคซัส ให้ได้เสียก่อน นอกเหนือจากการสนับสนุนโครงการท่อส่งน้ำมัน BTC(Baku-Tbilisi-Ceyhanne) เพื่อเป็นเส้นทางเลือกทางที่ 2 จากโครงการ CPC (Caspian Pipeline Consortium) ที่สนับสนุนโดยรัสเซียแล้ว สหรัฐฯ มีเป้าหมายที่จะสร้างท่อส่งก๊าซและน้ำมัน Afghan pipeline เพื่อเป็นเส้นทางเลือกทางที่ 2 จากโครงการ Iran pipeline ที่รัสเซียให้การสนับสนุนอีกด้วย ทั้งนี้ เมื่อสงครามกลางเมืองในอัฟกานิสถานได้ยุติลง เปิดโอกาสให้บริษัทน้ำมัน Unocal ของสหรัฐฯ เข้ามาเป็นผู้สนับสนุนอำนาจทางการเมืองในอัฟกานิสถาน จะเห็นได้จากการที่นาย Hamid Kazai ซึ่งเป็นแขกปาทานและเป็นประธานาธิบดีอัฟกานิสถานในปัจจุบันนี้ เคยเป็นที่ปรึกษาของบริษัท Unocal และเป็นผู้แทนของบริษัทในการเจรจาเรื่องท่อแก๊ซกับกลุ่ม Taliban ตั้งแต่ปี 1997 มาก่อน ในขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ ส่งนาย Robert Finn อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำกรุง Baku สาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน และเป็นบุคคลสำคัญที่ทำให้เกิดการลงนาม“สัญญาแห่งศตวรรษ” ในการวางท่อส่งน้ำมัน BTC ระหว่างอาเซอร์ไบจานกับบรรษัทข้ามชาติในปี 1994 มาเป็นเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำกรุง Kabul

    การปรากฏตัวของสหรัฐฯ ในเอเชียกลางพร้อมฐานทัพทางทหารเป็นสิ่งที่รัสเซียและจีนไม่อาจยอมรับได้ แม้ว่า จะต้องยอมถอยซัก 1 หรือ 2 ก้าวเพื่อยอมให้สหรัฐฯ เข้ามาในเอเชียกลางในบริบทของการต่อต้านการก่อการร้าย แต่จะต้องไม่มากไปกว่านี้

    รัสเซียดูเหมือนจะยอมปรับคลื่นของตนให้อยู่ในช่องเดียวกับสหรัฐฯ ได้ดีในช่วงแรก น่าจะมีสาเหตุจากการที่รัสเซียยังไม่ฟื้นตัวดีหลังวิกฤตการณ์เศรษฐกิจที่รัสเซียประสบถึง 2 ระลอกใหญ่คือการล่มสลายของสหภาพโซเวียตซึ่งตามมาพร้อมกับการถดถอยทางเศรษฐกิจอย่างขนานใหญ่ และถูกผีซ้ำด้ามพลอยจากเศรษฐกิจฟองสบู่แตกในทวีปเอเชีย การแก้ไขปัญหาเชชเนียของรัฐบาลรัสเซียตลอดเกือบ 10 ปีด้วยการตัดสินใจที่ใช้ความเด็ดขาด ทำให้ประชาคมโลกมองรัสเซียอย่างผิดๆ รัสเซียจึงยอมถอยให้สหรัฐฯ ในระดับยุทธวิธี ปล่อยให้สหรัฐฯ เข้ามาตั้งฐานทัพอากาศในเอเชียกลาง พร้อมกับทำตัวเป็นแนวร่วมสนับสนุนการต่อต้านการก่อการร้ายอย่างแข็งขันด้วยซึ่งรัสเซียฉลาดพอที่จะใช้โอกาสนี้ทำให้สหรัฐฯ ยอมรับในระดับหนึ่งให้ปัญหาเชชเนียเป็นปัญหาที่มีบริบททางสากล คือเกี่ยวพันโยงใยกับลัทธิก่อการร้ายสากลด้วย ครั้นเมื่อประธานาธิบดีปูตินสามารถทำให้สหรัฐฯ สงบปากสงบคำในเรื่องเชชเนียได้แล้ว และพร้อมกับที่เศรษฐกิจของรัสเซียฟื้นตัวกลับขึ้นมาดีได้อย่างรวดเร็ว รัสเซียจึงไม่รอช้าที่จะรุกกลับสหรัฐฯ ในทันทีและอย่างรวดเร็ว รัสเซียใช้นโยบายน้ำมันเป็นเครื่องมือในการดำเนินนโยบายต่างประเทศในลักษณะ coercive diplomacy โดยเฉพาะกับบรรดาประเทศอดีตสหภาพโซเวียตที่แตกแถวทั้งหลาย เช่น ยูเครน มอลโดวาและจอร์เจีย ตัดหนทางทำมาหากินของประเทศแถบทะเลบอลติก(เอสโตเนีย แล็ทวียและลิธัวเนีย) ที่หวังจะได้ส่วนแบ่งจากค่าธรรมเนียมการวางท่อลำเลียงก๊าซจากหลุม Shtokmann ทางเมือง Murmansk ของรัสเซียเพื่อป้อนผู้บริโภคในยุโรปตะวันตก และปรามสหภาพยุโรปให้รู้จักสงบปากสงบคำด้วยในฐานะที่ต้องพึ่งก๊าซธรรมชาติของรัสเซีย

    จีนกระโดดลงมาร่วมวงษ์ไพบูลย์กับรัสเซียอย่างเต็มตัวในการสกัดกั้นการรุกของสหรัฐฯเข้ามาในเอเชียกลาง โดยทั่วไป จีนหมั่นไส้สหรัฐฯ เป็นเนืองๆอยู่แล้วที่ชอบสั่งสอนเรื่องประชาธิปไตยให้กับจีนและประณามจีนอยู่บ่อยๆในเรื่องสิทธิมนุษยชน แต่การที่สหรัฐฯ ดำเนินกิจของสงฆ์เผยแพร่ลัทธิประชาธิปไตยเข้ามายังดินแดนอดีตสหภาพโซเวียต พร้อมกับข้อสงสัยว่าสหรัฐฯ หนุนการปฏิวัติสีในประเทศยูเครน จอร์เจียและคีร์กิ๊ซสถาน ทำให้ผู้นำจีนที่ปักกิ่งนั่งไม่ติดเก้าอี้ หากมณฑลปกครองตนเองในภาคตะวันตกของจีนซึ่งเป็นชนชาติส่วนน้อยมุสลิมและเคลื่อนไหวใต้ดินที่จะแยกตัวออกจากจีนมาเป็นระยะๆ เกิดได้รับเชื้อประชาธิปไตยที่สหรัฐฯ เผยแพร่เข้ามาแล้วสร้างกระแสปฏิวัติสีในมณฑลเหล่านี้ขึ้น เอกภาพของจีนที่เปราะบางจากการหล่อหลอมชนชาติส่วนน้อยนับร้อยๆ เชื้อชาติให้อยู่ภายใต้ประเทศเดียวอาจแตกสลายได้ อารมณ์ความรู้สึกในลักษณะเดียวกันนี้ เกิดขึ้นกับผู้นำในเอเชียกลางทุกประเทศ ไม่เว้นแม้แต่อุซเบกิสถานซึ่งมีรายได้ปีละไม่ต่ำกว่า 200 ล้านดออลาร์จากการยอมให้สหรัฐฯ ใช้สนามบินที่ Karshi Khanabad ตั้งเป็นฐานทัพอากาศและกองกำลังเคลื่อนที่เร็ว ผู้นำประเทศเอเชียกลางต่างเปล่งออกมาเป็นเสียงเดียวกันในที่ประชุมขององค์การ Shanghai Cooperation Organization ที่ให้สหรัฐฯ ถอนฐานทัพของตน ออกจากเอเชียกลางภายในสิ้นปี 2006 นี้ ไม่เว้นแม้แต่คีร์กิซสถาน ประเทศในเอเชียกลางประเทศแรกที่ยอมให้สหรัฐฯ เข้ามาตั้งฐานทัพ นายพลเคลลี่ในวันนี้ ผู้ซึ่งจะสิ้นสุดภารกิจจัดตั้งฐานทัพอากาศสหรัฐฯ ที่มานาสในคีร์กิซสถานหยกๆ ก็กำลังเริ่มภารกิจใหม่ของตนคือถอนฐานทัพที่ตนเพิ่งจะตั้งเสร็จไม่นานแล้วเดินทางกลับสหรัฐฯ

    อ่านบทความอื่นๆในหมวดCIS: บทความทั้งหมด >>>
    
     
    กรุงเทพมหานคร
    มอสโก
    เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก
    วลาดิวอสต็อก
    เคียฟ
    เยเรวาน
    อัลมาตี
    ทาชเคนท์
    Москва информер погоды
    Банкок информер прогноз погоды
    เรื่องเด่น
    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเยือนรัสเซีย
    บทความ
    บันทึกลับผู้ติดตาม : ตอนที่ ๓

    โดย นายโตสตอย ช้างเท้าหลัง
    Hotel Ukraina ๑๕ - ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๔๙ วันแรกของสัปดาห์นี้ อากาศอุ่นขึ้นมาก แต่ค่าเงินเหรียญสหรัฐกลับลดต่อเนื่องลงอี ...
    เอเชียกลางในกระแสอารยะธรรมโลก ตอนที่ 1

    โดย วัฒนะ คุ้นวงศ์
    อารยะธรรมของชนเผ่าเร่ร่อน “เอเชียกลาง” ซึ่งเรามีความเข้าใจว่าเป็นอาณาบริเวณซึ่งเป็นที่ตั้งของประเ ...

    *** สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก ขอสงวนลิขสิทธิ์ในงานเขียนและงานแปลทุกชิ้น ***

    Copyright © 2008-2012 Royal Thai Embassy. All Rights Reserved.