Home
РУССКИЙ   IN ENGLISH    ประกาศ: Announcement by the National Legislative Assembly on the Invitation for the Ascension of the Heir to the Throne ** รัฐบาลไทยโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ขอเชิญลงนามน้อมเกล้าแสดงความอาลัยถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพลอดุลยเดช ** พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยและสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วันที่ 15 ตุลาคม 2559 เวลา 23.30 น. ** กิจกรรมสอท.: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก จัดงานเลี้ยงรับรองวันกองทัพไทย ** การจัดงานพิธีสตมวารของ สอท. ณ กรุงมอสโก เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ** ข่าว: ตารางแสดงวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรรและราคากลาง (ราคาอ้างอิง) ในการจัดซื้อจัดจ้างที่มิใช่งานก่อสร้าง ** The Royal Rainmaking **
Home
  • ความสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย
  • สถานเอกอัครราชทูต
  • พื้นที่ในความรับผิดชอบ
  • สถานกงสุลในรัสเซียและ CIS
  • กิจกรรมสถานทูต
  • ข่าวและข้อมูลที่น่าสนใจ
  • ฝ่ายกงสุล
  • การศึกษารัสเซีย
  • ดาวน์โหลดเอกสารและแบบฟอร์ม
  • ข่าวงาน

  • 















    ติดต่อเรา
    Bolshaya Spasskaya 9
    Moscow 129090, Russia

    โทร: +7495 608-0856
    หมายเลขฉุกเฉิน:
    +๗๙๑๖ ๙๓๙-๒๑๕๕
    แฟกซ์: +7 (495) 690 - 9659

    รายละเอียดและแผนที่ >>>

    การส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ-การค้าระหว่างไทยกับกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียกลาง - สอท. ณ กรุงมอสโก : การส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ-การค้าระหว่างไทยกับกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียกลาง - สอท มอสโก

    รวมบทความ / CIS /

    การส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ-การค้าระหว่างไทยกับกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียกลาง

    วัฒนะ คุ้นวงศ์

    เอกสารสำหรับงานสัมมนาเรื่องกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียกลาง
    กระทรวงการต่างประเทศ วันที่ 5 มิถุนายน 2549

    1. สถานะทางการค้าระหว่างไทยกับประเทศในภูมิภาคเอเชียกลาง

    ปริมาณการค้าระหว่างไทยกับภูมิภาคเอเชียกลาง 5 ประเทศ (คาซัคสถาน คีร์กิซสถาน อุซเบกิสถาน ตาจิกิสถานและเติร์กเมนิสถาน) ในปี 2548 มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 76.32 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นร้อยละ 0.03 ของมูลค่าการค้าต่างประเทศของไทย จัดว่ามีมูลค่าที่ต่ำมากและต่ำกว่าศักยภาพ โดยทั่วไป มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับรัสเซียและกลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราชในปี 2548 ก็เป็นตัวเลขที่ต่ำอยู่แล้ว มีประมาณ 2.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือคิดเป็น ร้อยละ 1 ของมูลค่าการค้าต่างประเทศของไทย

    • ใน 5 ประเทศเอเชียกลาง คาซัคสถานเป็นประเทศคู่ค้าที่สำคัญของไทยในภูมิภาค คือมีมูลค่าการค้า 67.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับกับอีก 4 ประเทศที่เหลือ ไทยเกือบจะไม่มีการค้าด้วยอย่างเป็นชิ้นเป็นอันเลย มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับเอเชียกลาง 4 ประเทศรวมกันมีไม่ถึง 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมูลค่าไม่สม่ำเสมอในแต่ละปี
    • การส่งออกสินค้าไทยมีมูลค่าประมาณ 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่เป็นการนำเข้ามีประมาณ 48 ล้านดอลลาร์
    • โครงสร้างสินค้าส่งออกของไทยไปยังภูมิภาคดังกล่าว กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มสินค้าอุปโภคประเภท เครื่องใช้ในบ้านและในครัวเรือน อาทิ เครื่องซักผ้าและอบผ้า เครื่องปรับอากาศ เตาไมโครเวฟ รถยนต์และชิ้นส่วน(คาซัคสถาน) และเสื้อผ้าและสิ่งทอ
    • นอกจากคาซัคสถานซึ่งมีหลากหลายรายการ การส่งออกไปประเทศทั้ง 4 ที่เหลือมีสินค้าน้อยรายการ บางประเทศ ประเทศละ 2-3 รายการ ตัวสินค้าไม่คงที่และเปลี่ยนแปลงรายการทุกปี
    • ส่วนสินค้านำเข้า มูลค่าส่วนใหญ่อยู่ที่ 2 รายการคือ เหล็กและเหล็กเส้นจากคาซัคสถาน(มูลค่า 40 ล้านดอลลาร์) และด้ายและเส้นใยจากอุซเบกิสถาน (ประมาณ 3.2 ล้านดอลลาร์) และไทยนำเข้าติดต่อกันมาค่อนข้างสม่ำเสมอ

    2. สภาพทางเศรษฐกิจของประเทศเอเชียกลาง

    • ตัวเลขการค้าระหว่างไทยกับภูมิภาคเอเชียกลางไม่สะท้อนศักยภาพทางเศรษฐกิจที่ แท้จริง เนื่องจากตัวเลขการค้าต่างประเทศของประเทศดังกล่าวกับประเทศคู่ค้าที่สำคัญ เช่น รัสเซีย เป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูง อาทิ การค้าระหว่างคาซัคสถานกับรัสเซียในปี 2547 มีมูลค่าถึง 8.1พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่อีก 4 ประเทศที่เหลือมีมูลค่าการค้ากับรัสเซียในระดับ 170-200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในแต่ละปี แต่ทั้งนี้ มีปัจจัยที่เกื้อหนุนเป็นจำนวนมากที่ทำให้การค้าระหว่างเอเชียกลางกับรัสเซียมีมูลค่าที่สูง โดยเฉพาะ การที่เคยอยู่ในโครงสร้างเศรษฐกิจเดียวกันมาก่อนในอดีตและแม้ปัจจุบัน การพึ่งพาซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะ พลังงานจากรัสเซีย การมีเครือข่ายการคมนาคมขนส่งระหว่างกัน และความเกี่ยวพันทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและเชื้อชาติ

    • โดยทั่วไป ภูมิภาคเอเชียกลางมิใช่ตลาดที่น่าดึงดูด การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจยังอยู่ในระดับที่ต่ำมาก นอกจากประเทศที่มีทรัพยากรน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเป็นสินค้าออก เช่น คาซัคสถานและเติร์กเมนิสถานแล้ว ประเทศที่เหลือ เช่น คีร์กิซสถาน ทาจิกิสถาน แม้กระทั่งอุซเบกิสถานที่มีน้ำมันแต่พอเพียงเพื่อการบริโภคภายในประเทศ จัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่ยากจน และยากจนมาก จำนวนประชากรทั้ง 5 ประเทศรวมกัน 58.7 ล้านคนซึ่งไม่มากในพื้นที่อันกว้างใหญ่ไพศาลถึง 3.9 ล้านตร.กม. ความหนาแน่นของประชากรต่ำ(low density) คือมีประชากรเพียง 15 คนในพื้นที่ทุกๆ 1 ตร.กม. ซึ่งเป็นลักษณะด้อยของตลาด มี GDP รวมกัน 61 พันล้านดอลลาร์สหรัฐซึ่งน้อยกว่าของประเทศ Nigeria ประเทศเดียวด้วยซ้ำ ความสามารถในการจับจ่ายใช้สอยของประชากรโดยเฉลี่ยยังต่ำอยู่มาก นอกจากคาซัคสถานและเติร์กเมนิสถานซึ่งมี GDP ต่อหัวของประชากรในปี 2548 มี 3700 ดอลลาร์และ 3400 ดอลลาร์ตามลำดับแล้ว GDP ต่อหัวของประชากรในคีร์กิซสถาน อุซเบกิสถานและทาจิกิสถานอยู่ในกลุ่มเดียวกับประเทศลาว กัมพูชาและโตโก คือ ประมาณ 460-470 ดอลลาร์เท่านั้น

    3. ศักยภาพทางเศรษฐกิจของภูมิภาค

    ภูมิภาคเอเชียกลางจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจขับเคลื่อนจาการส่งออกทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะพลังงานและการผลิตสินแร่เพื่อการส่งออก เป็นสาขาที่ขับเคลื่อนพัฒนาการทางเศรษฐกิจของเอเชียกลาง เป็นหัวขบวนของรถจักรที่นำไปสู่การลงทุนเพื่อการสร้างสาขาเศรษฐกิจใหม่ๆสำหรับภูมิภาคและการพัฒนาในด้านอื่นๆ ของภูมิภาคที่ตามมา โดยเฉพาะ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และภาคเศรษฐกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาของอุตสาหกรรมพลังงาน เช่น ภาคบริการพื้นฐาน การก่อสร้างและบริการด้านสาธารณูปโภค ทั้งในเขตอุตสาหกรรมน้ำมันและเมืองศูนย์กลางธุรกิจ รวมทั้งการสร้างวัฒนธรรมการบริโภคสมัยใหม่ และการสร้างรสนิยมในการใช้ชีวิตของประชาชนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ กลุ่มประชากรในเขตเมืองที่เติบโตในรุ่นภายหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียตเป็นต้นมา

    ขณะเดียวกัน ภูมิภาคเอเชียกลางก็ยังมีศักยภาพในภาคการผลิตดั้งเดิมซึ่งเคยเป็นสาขาพื้นฐานของการพัฒนาเศรษฐกิจในเอเชียกลางในอดีต โดยเฉพาะ ในสาขา การแปรรูปทรัพยากรธรรมชาติและผลผลิตด้านการเกษตร เพราะนอกจากพลังงานแล้ว ภูมิภาคเอเชียกลางมีความอุดมสมบูรณ์ในแร่ธาตุ อาทิ อุซเบกิสถานมีปริมาณสำรองทองคำเป็นลำดับที่ 3 ของโลก รองจากรัสเซียและแอฟริกาใต้ ส่งออกฝ้ายเป็นลำดับที่ 2 ของโลกรองจากสหรัฐอเมริกา คาซัคสถาน นอกจากการมีแหล่งน้ำมันที่อุดมสมบูรณ์แล้ว ยังมีแร่เหล็กและถ่านหิน ทองคำ ทองแดง และยูเรเนียม คีร์กิซสถาน มีแร่ทองคำและยูเรเนียม และทาจิกิสถานมีอะลูมิเนียม เป็นต้น

    4. โครงสร้างทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียกลาง

    • เศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาคเอเชียกลาง อาจจำแนกได้เป็น 4 กลุ่มสาขาเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่
    • กลุ่มสาขาด้านพลังงานทั้งที่เป็น mainstream อุตสาหกรรมต้นน้ำและปลายน้ำ
    • กลุ่มสาขาด้านโครงสร้างพื้นฐานและบริการ
    • กลุ่มสาขาการแปรรูปทรัพยากรธรรมชาติ
    • กลุ่มสาขาด้านการค้าและผลิตสินค้าเพื่อการอุปโภคและบริโภค
    กลุ่มสาขาด้านพลังงาน

    เป็นภาคเศรษฐกิจที่อาศัยการลงทุนในขนาดมหึมาและใช้เทคโนโลยีระดับสูง เป็นสาขาที่บรรดาประเทศที่เป็นที่ตั้งของบรรษัทข้ามชาติด้านพลังงาน หรือประเทศที่เป็น production economy ชั้นนำของโลก เช่น สหรัฐอเมริกา รัสเซีย อังกฤษ ยุโรปตะวันตก ญี่ปุ่นและจีน เข้ามาลงทุนและแข่งขันกันอย่างดุเดือดทั้งอุตสาหกรรมการผลิต(สำรวจและขุดเจาะ) อุตสาหกรรมต้นน้ำและปลายน้ำ(เปโตรเคมี) รวมทั้งสาขาเศรษฐกิจภาคบริการที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมย้ำมัน หากไทยจะกำหนดนโยบายผลประโยชน์ของตนในภูมิภาคเอเชียกลางจากสาขาพลังงาน ต้องถามตัวเองก่อนว่ามีความพร้อมที่จะเข้ามาแข่งขันหรือไม่ จะเข้ามาในสาขาใด เข้ามาในลักษณะใด ซึ่งหากมีความไม่ชัดเจนโดยพื้นฐาน หรือมีวิธีคิดที่มิได้เกิดจากการศึกษาแบบลงในพื้นที่แต่เก็บรับข้อมูลข่าวสารอีกต่อหนึ่ง อาจนำไปสู่การคาดหวังที่ไม่สมจริง(unrealistic expectation) และกำหนดนโยบายที่ไม่สอดคล้องกับความจริงและปฏิบัติไม่ได้และอาจโน้มนำไปสู่การวางแผนการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องตามมาได้

    กลุ่มสาขาด้านโครงสร้างพื้นฐานและบริการ

    คือสาขาเศรษฐกิจและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการผลิตในสาขาพลังงาน เช่น การก่อสร้าง การขนส่ง การบริการและเครือข่ายโลจิสติกส์ เป็นสาขาที่มีศักยภาพมากที่สุดรองลงมาจากภาคพลังงาน เติบโตและพัฒนาพร้อมกับการเจริญเติบโตของภาคพลังงานซึ่งเกิดจากการขาดแคลนและการเสื่อมโทรมของโครงสร้างพื้นฐานดั้งเดิมของประเทศในอัตราที่สูงมาก ซึ่งสภาพดังกล่าว ไม่สามารถตอบสนองการพัฒนาที่พลวัตรของเอชียกลางในปัจจุบันได้ กลุ่มสาขาเศรษฐกิจกลุ่มนี้ถูกครอบงำโดยประเทศที่สาขาบริการเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญของระบบเศรษฐกิจ(service based econmy) มีความสามารถในงานบริการ อาทิ การเงินและการธนาคาร มีความชำนาญด้านงานก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน เช่น โรงแรม ที่อยู่อาศัย และการเป็นคนกลาง (trading house) เช่น การสร้างเครือข่ายการกระจายสินค้า ประเทศที่มีบทบาทนำในกลุ่มสาขานี้ ได้แก่ ประเทศตุรกี ออสเตรีย สหรัฐฯ แคนาดา เกาหลีใต้ และมาเลเซียกับสิงคโปร์ที่กำลังเข้ามาอย่างเงียบๆ

    กลุ่มสาขาการแปรรูปทรัพยากรธรรมชาติ

    เป็นสาขาเศรษฐกิจดั้งเดิมของเอเชียกลางที่เคยเป็นสาขานำในการพัฒนาเศรษฐกิจของเอเชียกลางมาก่อนในอดีต แม้ในปัจจุบัน ก็ยังมีบทบาทในภาคเศรษฐกิจอย่างแข็งขันในบางประเทศ เช่น อุซเบกิสถานและทาจิกิสถาน สาขาที่สำคัญในกลุ่มเศรษฐกิจนี้ ได้แก่ อุตสาหกรรมเหมืองแร่ ทองคำและยูเรเนียม ในคาซัคสถานและอุซเบกิสถาน เหล็กและถ่านหินในคาซัคสถาน อลูมิเนียมและบ๊อกไซด์ และการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังน้ำในทาจิกิสถาน เป็นต้น การแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร เช่นการผลิตฝ้าย การผลิตผักและผลไม้ในอุซเบกิสถานและทาจิกิสถาน เป็นต้น กลุ่มสาขานี้ถูกครอบงำโดยรัสเซียซึ่งเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ แต่โดยที่รัสเซียใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ล้าหลังและไม่มีการถ่ายทอดเทคโนโลยี่ให้ท้องถิ่น กลุ่มสาขาเศรษฐกิจดังกล่าวจึงพัฒนาอย่างล้าหลัง ไม่มีประสิทธิภาพการผลิต ขาดการจัดการสมัยใหม่ และสะสมหนี้จำนวนมาก ผลผลิตจึงด้อยคุณภาพและสินค้าไม่มีความสามารถในการแข่งขันกับตลาดโลก การจะเข้ามาลงทุนในกลุ่มสาขานี้ จึงต้องเข้ามาพร้อมกับการนำนวัตกรรมและการจัดการสมัยใหม่เพื่อให้มีการปรับโครงสร้างการผลิตและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผลิตภัณฑ์

    กลุ่มสาขาด้านการค้าและผลิตสินค้าเพื่อการอุปโภคและบริโภค

    กลุ่มสาขานี้เป็นเศรษฐกิจของด้านอุปสงค์(supply) คือสาขาที่ตอบสนองความต้องการพื้นฐานของประชาชน มีการเจริญเติบโตพร้อมกับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ประเทศในเอเชียกลางที่มีอัตราการลงทุนขยายตัวต่อเนื่อง เช่น คาซัคสถานและเติร์กเมนิสถาน จะมีความต้องการและมีความสามารถในการซื้อสินค้าอุปโภคและบริโภคมากขึ้นเป็นเงาตามตัว ในขณะที่ความต้องการในกลุ่มสาขานี้ยังจำกัดตัวในประเทศคีร์กิซสถาน ทาจิกิสถานและแม้แต่อุซเบกิสถานซึ่งยังพึ่งได้กับผลผลิตภายในประเทศ จากรัสเซียและจากจีนที่มีราคาถูก แม้ว่าความต้องการโดยรวมจะสูง แต่การขยายตัวของตลาดกระจุกตัวเฉพาะ ในกลุ่มประชากรของเมืองหลวงเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น ตลาดสินค้าเครื่องอุปโภคและบริโภคที่ทันสมัยในเอเชียกลางแคบลงในทันที่ที่ประเทศ service based economy ที่สำคัญ เช่น ตุรกี เกาหลีใต้ เข้ามาบุกตลาดและครอบครอง ซึ่งประเทศเหล่านี้มีจุดแข็งที่สามารถเอาชนะอุปสรรคและข้อจำกัดของตลาดได้ ที่สำคัญคือ การมีความเกี่ยวเนื่องทางเชื้อชาติ ศาสนา และความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์ เช่นในกรณีของตุรกี จีนและรัสเซีย และการมีคนเชื้อชาติอยู่ในโครงสร้างประชากร เช่น เกาหลีใต้ เป็นต้น

    5. ข้อเสนอแนะในการกำหนดแนวนโยบายการเข้าตลาดเอเชียกลางของไทย

    • สำหรับประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกสินค้า โดยเฉพาะ สินค้าเครื่องอุปโภคและบริโภค การจะเจาะเข้าไปยังกลุ่มสาขาด้านการค้าและผลิตสินค้าเพื่อการอุปโภคและบริโภค จะประสบอุปสรรคเป็นอย่างมากในการเข้าตลาดนี้ ที่สำคัญคือ ลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่เป็น land locked และ double land locked countries ความกว้างใหญ่ไพศาลของพื้นที่และความหนาแน่นต่ำของประชากร อำนาจการซื้อของประชากรต่ำมาก
    • ไทยควรพิจารณาใช้จุดแข็งของตนในการเป็นประเทศ service based และมีความชำนาญในการจัดการ เจาะตลาดเอเชียกลางในส่วนที่เป็นจุดอ่อนที่สุดของภาคเศรษฐกิจซึ่งก็คือ กลุ่มสาขาด้านโครงสร้างพื้นฐานและบริการ เนื่องจาก ความต้องการ (demand) ของภูมิภาคในสาขานี้ขยายตัวอย่างไม่จำกัดและขยายตัวอย่างต่อเนื่องคู่ขนานไปกับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมการผลิตน้ำมันซึ่งขยายตัวตามการะแสความต้องการของตลาดโลก ทั้งนี้ สาขาด้านโครงสร้างพื้นฐานและบริการ เป็นสาขาที่มิได้ตอบสนองความต้องการของประชาชนในภูมิภาค แต่ตอบสนองความต้องการจากภายนอกของภูมิภาค และดังนั้น จึงไม่มีปัจจัยด้านกำลังซื้อของประชากรเข้ามาเป็นตัวแปร ที่สำคัญ ประเทศที่ครอบงำตลาดในกลุ่มเศรษฐกิจสาขานี้มิใช่ประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจหรือบรรษัทข้ามชาติชั้นนำของโลก แต่เป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดกลางและเล็กที่ไทยสามารถลงไปแข่งขันได้ สาขาที่สำคัญของกลุ่มเศรษฐกิจนี้ ได้แก่ งานก่อสร้างและทำนุบำรุงโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค การก่อสร้างบ้านเรือนที่อยู่อาศัย โรงแรมและสิ่งอำนวยความสะดวก และงานบริการในทุกสาขาเพื่อตอบสนองการเจริญเติบโตของเมืองที่เป็นแหล่งผลิตน้ำมันและที่เป็นศูนย์กลางทางธุรกิจ

    ภูมิภาคเอเชียกลางมีศักยภาพสูงมากจากกลุ่มสาขาเศรษฐกิจนี้ โดยเฉพาะ เมื่อกำลังผลิตน้ำมันของภูมิภาคจะขยายตัวถึง 6 ล้านบาเรลต่อวัน หรือร้อยละ 5-8 ของกำลังผลิตน้ำมันของโลกในปี 2015

    • ไทยอาจให้ความสำคัญกับกลุ่มสาขาการแปรรูปทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะ พืชผลการเกษตรและอาหารซึ่งส่วนใหญ่มิได้ผ่านการแปรรูปที่ทันสมัยและได้รับการพัฒนาด้านการบรรจุหีบห่อ โดยมีสาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งมาจากการขาดความรู้ในการจัดการ และขาดเทคโนโลยีการแปรรูปอาหารและการบรรจุผลิตผล มาพัฒนาผลผลิตในเชิงพาณิชย์ แต่ต้องมีการศึกษาโลจิสติกส์การผลิตให้ดีเสียก่อน ในที่นี้ เสนอให้พิจารณาจัดตั้งฐานการผลิตในเขตที่ประชากรของกลุ่มประเทศในเอเชียกลางกระจุกตัวและหนาแน่น โดยเฉพาะ ในบริเวณที่ราบ Ferghana ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองสำคัญ ได้แก่ กรุงทาชเคนต์(อุซเบกิสถาน) นครอัลมาตี(คาซัคสถาน) กรุงดูชานเบ(ทาจิกิสถาน) จำนวนรวมกันประมาณ 15 ล้านคน โดยเป็นการผลิตเพื่อการบริโภคของตลาดภายใน ก็น่าจะมีความคุ้มทุนในเชิงพาณิชย์ แต่ถ้าจะผลิตเพื่อการส่งออก ต้องศึกษาเส้นทางขนส่งเพื่อไปยังตลาดที่ใกล้ที่สุด เนาองจากต้นทุนการขนส่งจะเป็นตัวเพิ่มของราคาสินค้าในตลาด

    6. ข้อเสนอแนะในการกำหนดกลยุทธ

    • หากไทยจะเข้ามาในกลุ่มสาขาด้านการค้าและผลิตสินค้าเพื่อการอุปโภคและบริโภค ควรต้องมีการระดมทำการศึกษาด้านโลจิสติกส์ทางการค้าอย่างจริงจังหากพิจารณาที่จะส่งออกสินค้ามายังตลาดในเอเชียกลางการศึกษาการใช้ตุรกีเป็นประตุเข้าตลาดเอเชียกลาง หรือ piggy back ride บริษัทการค้าของตุรกีนำสินค้าผ่านเครือข่ายเข้ามายังตลาดในเอเชียกลาง

      การศึกษาด้านโลจิสติกส์ทางการค้ามีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิจัยระบบการขนส่งสินค้าและบริการ และเส้นทางเชื่อมการค้าและบริการระหว่างเอเชียกลางกับภูมิภาคเอเชียตะวันออก รวมทั้ง เส้นทางการค้าและการขนส่งภายในภูมิภาค โดยมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการสร้างเครือข่ายการขนส่งสินค้าและบริการของภูมิภาคเอเชียกลางกับตลาดโลก และการเข้าถึงตลาดของสินค้าและบริการจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในด้านกลับกัน เช่น การศึกษาจุดกระจายสินค้าเข้าตลาดเอเชียกลาง จากท่าเรือขนส่ง Bandar Abbas ของอิหร่าน การาจีของปากีสถาน เมืองท่า Vladivostok ทางมหาสมุทรแปซิฟิกของรัสเซีย หรือ เมืองท่าในภูมิภาคคอเคซัส เช่น เมืองท่า Batumi และ Poti ของจอร์เจีย

    • หากจะเข้ามาในกลุ่มสาขาด้านโครงสร้างพื้นฐานและบริการ อาจศึกษาโมเดลของแคนาดา ในกรณีของบริษัท SNC-Lavalin ร่วมมือกับบริษัท Goris Construction ของตุรกี เข้ามารับสัมปทานการซ่อมบำรุงเครือข่ายรถไฟใต้ดินในคาซัคสถานโมเดลของแคนาดาคือ การใช้บริษัทของตุรกีเป็นตัวเชื่อมในการเข้าตลาดเอเชียกลาง และการใช้ทุนการให้ความช่วยเหลือทางวิชาการซึ่งผ่านหน่วยงาน Canadian International Development Agency(CIDA) เป็นเครื่องมือในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้า

    • การศึกษาโมเดลของสิงคโปร์และมาเลเซียในการเป็น sub contractor ให้บริการกับบริษัทก่อสร้างในเมืองอุตสาหกรรมน้ำมันโมเดลของสิงคโปร์คือ การร่วมมือกับมาเลเซียในการใช้ทรัพยากรและความชำนาญที่แต่ละฝ่ายมีในการเข้าตลาดเอเชียกลางร่วมกัน กล่าวคือ

      ให้สถานเอกอัครราชทูตมาเลเซียในคาซัคสถานและอุซเบกิสถานเป็นผู้ติดตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจเอเชียกลาง ทรัพยากรบุคคลของสิงคโปร์จะถูกใช้ไปประจำในบริษัทการค้าของตนในเมืองอุตสาหกรรมน้ำมันของคาซัคสถาน ซึ่งทำหน้าที่ติดตามสถานการณ์การค้าในจุดนั้นด้วย มาเลเซียเป็นผู้ติดต่อทางการกับภาครัฐบาล แต่สิงคโปร์ติดต่อกับภาคธุรกิจ เมื่อสิงคโปร์ได้รับงาน จะป้อนงานให้มาเลเซียเป็นผู้จัดหาสินค้าและคนงานเพื่อส่งให้นายจ้างอีกต่อหนึ่ง

    อ่านบทความอื่นๆในหมวดCIS: บทความทั้งหมด >>>
    
     
    กรุงเทพมหานคร
    มอสโก
    เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก
    วลาดิวอสต็อก
    เคียฟ
    เยเรวาน
    อัลมาตี
    ทาชเคนท์
    Москва информер погоды
    Банкок информер прогноз погоды
    เรื่องเด่น
    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเยือนรัสเซีย
    บทความ
    เรียนอะไร ในรัสเซีย

    โดย ทรงศักดิ์ พงษ์หิรัญ
    “ทำไมถึงเลือกมาเรียนที่รัสเซีย” นี่เป็นหนึ่งในคำถามยอดฮิต ที่รับประกันได้ว่า นักเรียนไทยทุกคนที่นี่ ...
    ช๊อปปิ้ง ดูงาน ข้าราชการ ส.ส.

    โดย วรัญญาพร
    ธรรมชาติของคนไทย ไม่ว่าจะไปที่ไหน เป็นต้องซื้อ ต้องช๊อป ยิ่งเป็นข้าราชการและนักการเมืองด้วยแล้ว ยิ่งช๊อ ...

    *** สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก ขอสงวนลิขสิทธิ์ในงานเขียนและงานแปลทุกชิ้น ***

    Copyright © 2008-2012 Royal Thai Embassy. All Rights Reserved.