Home
РУССКИЙ   IN ENGLISH    ประกาศ: Announcement by the National Legislative Assembly on the Invitation for the Ascension of the Heir to the Throne ** รัฐบาลไทยโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ขอเชิญลงนามน้อมเกล้าแสดงความอาลัยถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพลอดุลยเดช ** พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยและสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วันที่ 15 ตุลาคม 2559 เวลา 23.30 น. ** กิจกรรมสอท.: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก จัดงานเลี้ยงรับรองวันกองทัพไทย ** การจัดงานพิธีสตมวารของ สอท. ณ กรุงมอสโก เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ** ข่าว: ตารางแสดงวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรรและราคากลาง (ราคาอ้างอิง) ในการจัดซื้อจัดจ้างที่มิใช่งานก่อสร้าง ** The Royal Rainmaking **
Home
  • ความสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย
  • สถานเอกอัครราชทูต
  • พื้นที่ในความรับผิดชอบ
  • สถานกงสุลในรัสเซียและ CIS
  • กิจกรรมสถานทูต
  • ข่าวและข้อมูลที่น่าสนใจ
  • ฝ่ายกงสุล
  • การศึกษารัสเซีย
  • ดาวน์โหลดเอกสารและแบบฟอร์ม
  • ข่าวงาน

  • 















    ติดต่อเรา
    Bolshaya Spasskaya 9
    Moscow 129090, Russia

    โทร: +7495 608-0856
    หมายเลขฉุกเฉิน:
    +๗๙๑๖ ๙๓๙-๒๑๕๕
    แฟกซ์: +7 (495) 690 - 9659

    รายละเอียดและแผนที่ >>>

    สวัสดีรัสเซีย ตอนที่ 2 รู้จักและเข้าใจคนรัสเซีย - สอท. ณ กรุงมอสโก : สวัสดีรัสเซีย ตอนที่ 2 รู้จักและเข้าใจคนรัสเซีย - สอท มอสโก

    รวมบทความ / รัสเซีย /

    สวัสดีรัสเซีย ตอนที่ 2 รู้จักและเข้าใจคนรัสเซีย

    ภาณุภัค ผ่องอำพันธ์

    สวัสดีครับคุณผู้อ่าน ครั้งนี้ผมจะสวัสดีรัสเซียด้วยการแนะนำให้คุณผู้อ่านได้รู้และเข้าใจถึงบุคลิกลักษณะภายนอกโดยรวมของคนรัสเซียครับ

    ย้อนไปเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ครั้งที่ผมได้มาเยือนประเทศรัสเซียเป็นครั้งแรก ในครั้งนั้นผมมาเพื่อเทคคอร์สภาษารัสเซียขั้นพื้นฐานสำหรับผู้เริ่มต้นเป็นเวลา 3 เดือน ก่อนหน้านั้นผมได้มีโอกาสทำความคุ้นเคยกับนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียมาบ้าง สิ่งที่ผมรู้สึกแปลกใจสิ่งแรกกับคนรัสเซีย คือการที่ “ฝรั่ง” หัวทองพวกนี้ไม่เข้าใจภาษาอังกฤษ (มีแอบภูมิใจเล็กๆว่าเรายังพูดและเข้าใจภาษาอังกฤษได้ดีกว่าพวกเขาซะอีก) หลังจากความพยายามสื่อสารกับพวกเขาโดยเริ่มจากภาษาอังกฤษ ภาษามือ จนมาตัดสินใจว่าพูดภาษาไทยกับเขาเลยแล้วกันเพราะยังไงแล้วพูดภาษาอะไรออกไปก็มีผลเท่ากันคือไม่เข้าใจ แถมฝ่ายเขาก็ใส่ภาษาต่างดาว(ภาษารัสเซีย) กับเราเป็นชุด ช่วงแรกๆก็ดูสนุก ขำๆ น่ารักดี แต่พอหลังๆจะเอาใจความสำคัญจริงๆมันไม่ประสิทธิผลสิครับ ผมก็เลยตัดสินใจบินมาเรียนที่บ้านเขาซะเลย เห็นว่าภาษามันยากนักและจะได้ออกมาเที่ยวต่างประเทศกับเขาบ้าง พอผมเดินทางมาถึงที่รัสเซียและได้อยู่ไปสักพัก ได้มีโอกาสออกไปเดินเล่น จับจ่ายซื้อของใช้ที่จำเป็น ได้มีโอกาสใช้บริการรถไฟใต้ดินของเขา ก็ได้พบกับข้อสงสัยในตัวคนรัสเซียมากมาย โดยเฉพาัะในเรื่องความไม่ค่อยจะเป็นมิตรของพวกเขา คือการแสดงออกของพวกเขาต่อคนแปลกหน้าหรือคนที่ไม่รู้จักกันจะต่างจากลักษณะของคนไทยอย่างเราๆ โดยสิ้นเชิง ผมก็เพิ่งจะมาประจักษ์ถึงคำพูดที่ว่า “สยามเมืองยิ้ม” อย่างชัดแจ้งก็คราวนี้ล่ะครับ คนรัสเซียจะไม่ยิ้มแย้มแจ่มใสเหมือนคนไทย พวกเขาค่อนข้างจะมีสีหน้าที่บึ้งตึงอยู่ตลอดเวลา เวลาอยู่ในรถไฟใต้ดินทุกคนก็เงียบหมด โดยส่วนใหญ่ก็จะพกหนังสือกันมาคนละเล่มแล้วก็ต่างคนต่างก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือของตัวเองไป การจะมานั่งเมาท์โทรศัพท์ หรือคุยหยอกล้อกับเพื่อนๆ เหมือนบนรถไฟฟ้าบ้านเราก็แทบจะไม่มีให้เห็น พอใครแสดงอาการร่าเริง สนุกสนานหรือมีความสุขมากกว่าคนอื่นๆ ก็จะถูกมองด้วยหางตา ดูเหมือนว่าพวกที่ร่าเริงจะไม่ปกติ หรืออาจจะดูเหมือนมีปัญหาทางจิต สิ่งเหล่านี้ก็เลยทำให้ผมแปลกใจเป็นอย่างมาก “พวกฝรั่งที่นี่ไม่เห็นเหมือนฝรั่งที่ไปเมืองไทยเลย” พวกเขาไม่เหมือนแม้กระทั่งกับนักท่องเที่ยวรัสเซียที่ไปเที่ยวเมืองไทยด้วยซ้ำ ผมก็เห็นว่าพวกนักท่องเที่ยวรัสเซียก็ยิ้มแย้มแจ่มใสดี แต่ที่นี่มันไม่ใช่อย่างนั้นเลยครับ ซึ่งในตอนนั้นหลังจากผมเรียนอยู่ที่รัสเซียจนครบ 3 เดือนต้องยอมรับว่าผมมองคนประเทศนี้ไปในทางลบอย่างมากและไม่อยากจะเกี่ยวข้องกับประเทศหรือคนที่นี่อีกต่อไป

    จนมาถึงวันนี้ วันที่ผมรู้ตัวอีกทีก็ไม่สามารถแยกตัวเองออกจากภาษารัสเซียได้แล้ว เวลากว่า 6 ปีที่ผ่านมาผมได้โตขึ้น มองโลกในมุมที่กว้างขึ้น ได้เรียนรู้อะไรๆ ในชีวิตเพิ่มมากขึ้น รวมถึงสิ่งที่เกี่ยวกับคนรัสเซียด้วยครับ และพอมานั่งนึกจริงๆ ในช่วง 6 ปีนี้ผมต้องเจอและพูดคุยกับคนรัสเซียแทบจะทุกวันก็ว่าได้ (แม้กระทั่งบางช่วงจะอยู่แต่ในเมืองไทยก็ตาม) และมันก็ทำให้ผมเข้าใจคนรัสเซียมากขึ้นครับ และผมก็อยากจะให้คุณผู้อ่านได้รู้และเข้าใจเหมือนผมเช่นกันครับ

    ร่า่ยมาเสียยาวเลยนะครับมาเข้าเรื่องกันสักที ขอเริ่มจากเรื่องยิ้มมากหรือยิ้มน้อยของคนรัสเซียก่อนนะครับ มีผลวิจัยออกมาว่าถ้าเทียบอัตราของการยิ้มบ่อยครั้งระหว่างชาวยุโรปประเทศอื่นๆ กับคนรัสเซียแล้ว คนรัสเซียยิ้มน้อยครั้งกว่าชาวยุโรปถึง 4 เท่าครับ (หมายความว่าถ้าในหนึ่งวันชาวยุโรปยิ้ม 4 ครั้งก็เท่ากับว่าคนรัสเซียจะยิ้มเพียงครั้งเดียว) นี่ขนาดยังไม่เทียบคนไทยอย่างเราๆ นะครับ) มีสาเหตุอยู่หลายข้อครับที่มีผลให้คนรัสเซียยิ้มน้อยหรือไม่อยากจะยิ้ม ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศที่ค่อนข้างเยือกเย็นและขุ่นมัวอยู่เป็นส่วนใหญ่ทำให้ผู้คนก็รู้สึกหดหู่ไม่แจ่มใสไปด้วย หรือว่าจะเป็นเพราะสภาพเศรษฐกิจสังคมความเป็นอยู่ที่ไม่ค่อยจะมั่นคงปลอดภัยเท่าไรนัก เนื่องจากประเทศประสบสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ (หลังจากปี ค.ศ. 1991)งบประมาณของรัฐในการสนับสนุนด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านสาธารณสุขหรือการแพทย์จึงลดลง ไม่เหมือนสมัยสหภาพโซเวียตที่รัฐมีการบริการทางสังคมที่ดีกว่าในปัจจุบัน ปัญหาด้านเศรษฐกิจที่ทำให้สามีต้องจากบ้านมาทำงานในเมืองใหญ่ และปล่อยให้ภรรยาต้องอยู่บ้านในชนบท สามีก็ต้องก้มหน้าก้มตาทำงานไม่มีเวลาจะได้กลับไปเจอครอบครัวที่ตนรัก สิ่งเหล่านี้จึงส่งผลต่อสภาพจิตใจลึกๆของชาวรัสเซียส่วนใหญ่ครับ นอกจากเรื่องสภาพทางสังคมแล้ว คนรัสเซียยังมีมุมมองที่มีต่อ “การยิ้ม” ในมุมมองของตนเองครับ พวกเขาเห็นว่าในการยิ้มแต่ละครั้งนั้นต้องมีเหตุผลที่สมควร คือต้องรู้สึกมาจากข้างใน ต้องมาจากการที่พวกเขารู้สึกรื่นรมย์ในสิ่งใดสิ่งหนึ่งจริงๆ พวกเขาจะยิ้มให้กับเฉพาะพวกเพื่อนฝูงของเขาเท่านั้น เพราะการยิ้มให้กับคนแปลกหน้าถือเป็นการไม่ควรและแปลก พวกเขาจะมองการยิ้มให้กับคนแปลกหน้าไปในทางไม่ดีก่อนครับ อย่างเช่น ถ้ามีใครมองพวกเขาแล้วยิ้มให้โดยที่ไม่รู้จักกันพวกเขาอาจจะต้องรีบสำรวจตัวเองว่าลืมรูดซิปกางเกงหรือเปล่า กางเกงเลอะเพราะไปนั่งทับอะไรมาหรือไม่ และยิ่งถ้าผู้หญิงรัสเซียยิ้มให้ก็อาจจะถูกมองว่าเป็นการทอดสะพานให้ก็ได้ครับ มีบ่อยครั้งครับที่คนรัสเซียจะหยิบยกการยิ้มของชาวอเมริกันมาพูดถึงในทางลบ อย่างที่ชาวอเมริกันพูดและปฏิบัติกันคือ “keep smiling” แต่ในสายตาคนรัสเซียแล้วพวกเขามองว่าเป็นการเสแสร้งและไม่จริงใจอย่างยิ่ง มีสำนวนและคำพังเพยรัสเซียมากมายครับที่กล่าวไว้เพื่อแสดงว่าการยิ้มพร่ำเพื่อเป็นสิ่งที่ไม่ดีและไม่ควรกระทำ เช่น “???? ??? ??????? – ?????? ??????? ????????” – เสียงหัวเราะและรอยยิ้มที่ไร้เหตุผลเป็นสัญญาณแรกของความเขลา สำหรับคนรัสเซียแล้วการยิ้มไม่ได้เป็นตัวบอกถึงมารยาทหรือสมบัติผู้ดีใดๆ ทั้งสิ้น การแสดงความเป็นมิตรไมตรีของพวกเขาไม่ได้ผ่านทางการยิ้มครับ แต่พวกเขาจะแสดงออกทางสีหน้า แววตา น้ำเสียงที่ใช้ คำและประโยคที่ถูกเลือกมาพูดครับ คนที่จะมีโอกาสเห็นรอยยิ้มที่ไม่ต้องมาจากใจของคนรัสเซียมากที่สุดคือคุณหมอฟันของพวกเขาครับ...

    เท่าที่เล่ามาอาจดูเหมือนว่าคนรัสเซียจะดูน่ากลัวและไม่น่าคบสักเท่าไรนักใช่ไหมครับ แต่จริงๆแล้วพวกเขาก็ไม่ได้ดูเลวร้ายอะไรขนาดนั้น เพียงแค่เราต้องทำความเข้าใจกับธรรมชาติลักษณะของพวกเขาอย่างถูกต้องเสียก่อน คนรัสเซียจะเป็นกันเองกับคุณในการพบปะครั้งต่อๆ มาครับ และจะแสดงความเป็นมิตรมากขึ้น ถ้าเขาเจอคุณหลายครั้งมากขึ้น การพูดจาจะเป็นกันเองและสนุกสนานขึ้น แต่ในความเป็นกันเองของพวกเขาก็มีขอบเขตที่ต่างไปจากคนไทยอยู่ดีครับ คนรัสเซียส่วนใหญ่ก็จะไม่ค่อย “พูดเล่น” หรือ “แซว” กันเหมือนคนไทย ผู้ชายรัสเซียค่อนข้างจะให้เกียรติผู้หญิง จะไม่ค่อยพูดตลกคึกคะนองมากไป มักจะจริงจังตลอดเวลา สิ่งไหนทำได้ก็พูดว่าได้ ทำไม่ได้ ก็บอกว่าไม่ได้หรือไม่แน่ใจ เพราะถ้าเขาบอกว่าได้ แล้วทำไม่ได้ภายหลัง เขารู้สึกว่าไม่ได้รักษาคำพูด เขาจึงบอกว่าไม่ได้เอาไว้ก่อน แต่เมื่อไรที่พวกเขาสัญญาว่าจะทำแล้วล่ะก็ เชื่อได้เลยครับว่าเขาจะต้องทำให้สำเร็จแน่นอน พอพูดถึงลักษณะนิสัยในการให้เกียรติผู้หญิงของผู้ชายรัสเซียแล้ว ก็ขอเล่าต่อถึงแบบฉบับหรือสิ่งที่คนรัสเซียเรียกว่า “สุภาพบุรุษตัวจริง” เขาต้องทำกันอย่างไร

    1. สุภาพบุรุษตัวจริงควรจะช่วยเปิดประตูอันหนักอึ้งให้สุภาพสตรีเดินผ่านไปได้โดยง่าย
    2. สุภาพบุรุษตัวจริงควรจะเสนอความช่วยเหลือเมื่อเห็นสุภาพสตรีถือกระเป๋าเดินทาง หรือ สัมภาระหนักๆ
    3. สุภาพบุรุษตัวจริงควรจะยื่นมือไปรับมือของสุภาพสตรีในขณะที่เธอเหล่านั้นกำลังจะก้าวลงจากรถ หรือ เรือโดยสารทุกชนิด
    4. สุภาพบุรุษตัวจริงจะถูกอบรมสั่งสอนมาตั้งแต่เล็กๆ ให้เสียสละที่นั่งบนรถโดยสารให้แก่ คนชรา คนพิการ หญิงตั้งครรถ์ และ ผู้หญิงที่มีเด็กมาด้วย (บนรถไฟใต้ดินจะมีเสียงประกาศอัตโนมัติ ระหว่างสถานี เพื่อให้ผู้ที่มีน้ำใจและเป็นสุภาพชนเสียสละที่นั่งให้แก่บุคคลเหล่านี้)

    สิ่งเหล่านี้ก็เป็นเพียงระเบียบปฏิบัติบางข้อที่คนรัสเซียได้ถูกอบรมและถ่ายทอดเพื่อให้ปฏิบัติต่อๆ กันมา ซึ่งแน่นอนครับ ว่าไม่ใช่ทุกคนจะปฏิบัติ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับการอบรมสั่งสอน และการตระหนักถึงความรับผิดชอบที่ควรจะมีต่อสังคม หรือถ้าพูดเป็นภาษาไทยง่ายๆ ในแบบของคนไทยก็คือ ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นนั่นเอง...

    ก่อนจะกล่าวลากันในครั้งนี้ ผมมีข้อนำเสนอที่เป็นจุดน่าสังเกตและน่าสนใจมากครับ คือคนรัสเซียที่ได้มาเที่ยวเมืองไทยแล้ว ได้พบกับการต้อนรับขับสู้แบบคนไทย ได้พักผ่อนหย่อนอารมณ์ในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ของเรา ได้พบปะกับคนไทยใจดีตามท้องถนนที่ยังคงมองเห็นว่า “ฝรั่ง” ก็ยังคงน่ารัก แล้วคนรัสเซียพวกนั้นก็จะกลับมาที่ประเทศของเขาอย่างมีความสุข และยิ้มได้บ่อยครั้งมากขึ้นจนอาจจะมากกว่าชาวยุโรปก็ได้นะครับ...

    ใน “สวัสดีรัสเซีย” ครั้งต่อไปผมจะนำเสนอถึงลักษณะเฉพาะทางด้านนิสัยใจคอ ความคิด และพฤติกรรมโดยรวมของคนรัสเซียในแง่มุมที่ลึกและละเอียดมากขึ้นครับ รับรองว่าคุณผู้อ่านจะได้อ่าน และได้รู้ในสิ่งที่คุณๆ ไม่เคยอ่านที่ไหนมาก่อน...สวัสดีครับ

    ภาณุภัค ผ่องอำพันธ์
    p_panupak@yahoo.com

    อ่านบทความอื่นๆในหมวดรัสเซีย: บทความทั้งหมด >>>
    
     
    กรุงเทพมหานคร
    มอสโก
    เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก
    วลาดิวอสต็อก
    เคียฟ
    เยเรวาน
    อัลมาตี
    ทาชเคนท์
    Москва информер погоды
    Банкок информер прогноз погоды
    เรื่องเด่น
    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเยือนรัสเซีย
    บทความ
    รัสเซีย...พลังงาน...และการเมือง

    โดย รัสสิยา
    เมื่อต้นปีที่ผ่านมา มีข่าวเด่นประเด็นร้อนเกี่ยวกับข้อพิพาทระหว่างรัสเซียกับยูเครนซึ่งเป็นประเทศเพื่อ ...
    สวัสดีรัสเซีย ตอนที่ 1 สวัสดี

    โดย ภาณุภัค ผ่องอำพันธ์
    สวัสดีครับคุณผู้อ่านทุกท่าน สำหรับในครั้งแรกที่เราได้มาทำความรู้จักกัน ผมอยากจะขอพูดถึงชื่อคอลัมน์ของ ...

    *** สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก ขอสงวนลิขสิทธิ์ในงานเขียนและงานแปลทุกชิ้น ***

    Copyright © 2008-2012 Royal Thai Embassy. All Rights Reserved.