Home
РУССКИЙ   IN ENGLISH    ประกาศ: Announcement by the National Legislative Assembly on the Invitation for the Ascension of the Heir to the Throne ** รัฐบาลไทยโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ขอเชิญลงนามน้อมเกล้าแสดงความอาลัยถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพลอดุลยเดช ** พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยและสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วันที่ 15 ตุลาคม 2559 เวลา 23.30 น. ** กิจกรรมสอท.: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก จัดงานเลี้ยงรับรองวันกองทัพไทย ** การจัดงานพิธีสตมวารของ สอท. ณ กรุงมอสโก เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ** ข่าว: ตารางแสดงวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรรและราคากลาง (ราคาอ้างอิง) ในการจัดซื้อจัดจ้างที่มิใช่งานก่อสร้าง ** The Royal Rainmaking **
Home
  • ความสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย
  • สถานเอกอัครราชทูต
  • พื้นที่ในความรับผิดชอบ
  • สถานกงสุลในรัสเซียและ CIS
  • กิจกรรมสถานทูต
  • ข่าวและข้อมูลที่น่าสนใจ
  • ฝ่ายกงสุล
  • การศึกษารัสเซีย
  • ดาวน์โหลดเอกสารและแบบฟอร์ม
  • ข่าวงาน

  • 















    ติดต่อเรา
    Bolshaya Spasskaya 9
    Moscow 129090, Russia

    โทร: +7495 608-0856
    หมายเลขฉุกเฉิน:
    +๗๙๑๖ ๙๓๙-๒๑๕๕
    แฟกซ์: +7 (495) 690 - 9659

    รายละเอียดและแผนที่ >>>

    เศรษฐีรัสเซีย ก่อนที่จะมาสยายปีก ตอนที่ 1 - สอท. ณ กรุงมอสโก : เศรษฐีรัสเซีย ก่อนที่จะมาสยายปีก ตอนที่ 1 - สอท มอสโก

    รวมบทความ / เศรษฐกิจ /

    เศรษฐีรัสเซีย ก่อนที่จะมาสยายปีก ตอนที่ 1

    นายลี้ เต้าฮวย
    23 ตุลาคม 2549

    เมื่อข่าวว่า Mag Feliz เจ้าแม่คอลัมน์เศรษฐกิจของเว็บสถานทูตกลับรัง ลี้ เต้าฮวย ผู้ต่ำต้อยปัญญา ก็รู้ตัว จำต้องเก็บบทความของตนระเห็จออกจากคอลัมน์ครอสโร๊ดเศรษฐกิจของเธอในทันที แล้วไปหาเวทีลงตามประสา แต่กว่าที่ Mag Feliz พร้อมจะกระโจนลงคอลัมน์ของเธอดุจนางสิงห์ตะครุบเหยื่อ(หนุ่ม) ได้ ก็ต้องเสียเวลาจัดกระบวนท่าของเธออยู่พักหนึ่ง ลี้ เต้าฮวยจึงแอบเอาบทความของตนลงในคอลัมน์ครอสโร๊ดเศรษฐกิจไปพลาง ก่อนที่ Mag Feliz เจ้าของคอลัมน์ตัวจริง จะกลับมาทวงพื้นที่ของตนคืน

    เมื่อครั้งเขียนบทความเรื่องค่าแรงคนมอสโกทะยานขึ้นเหมือนติดจรวด ตามมาพร้อมกับบทความเตือนเศรษฐีเงินดอลลาร์อาจต้องหาพรรคกระยาจกเข้าเป็นศิษย์ กลายพันธุ์มาเป็นวณิพกพเนจรกับเขาด้วยนั้น ลี้ เต้าฮวย อดใจไม่ได้ที่จะเขียนถึงการสยายปีกของบรรดามหาเศรษฐีรัสเซียที่เดินตบเท้าเข้าทำเนียบบิลเลี่ยนแนร์ของนิตยสาร FORBES อย่างน้อยต้องมีเดือนละหนึ่งคนจนจดจำชื่อไม่ได้แล้ว

    แต่ถ้าจะเขียนถึงมหาเศรษฐีอย่างโรมัน อาบราโมวิช (Roman Abramovitch) เจ้าของทีมฟุตบอลเชลซีว่ามีเงินอยู่เท่าไรนั้น ลี้ เต้าฮวย ไม่มาเขียนให้เสียเวลาหรอก หาอ่านจากบทความในหน้าหนังสือพิมพ์ที่เอามาพับเป็นถุงกล้วยทอดที่ใหนก็ได้ แต่ถ้าจะวิเคราะห์ว่าคนอย่างโรมันอาบราโมวิช ก็ดี หรือวากิต อาเล็กเพรอฟ (Vagit Alekperov) เศรษฐีน้ำมันที่กำลังจะเอาตราบริษัทยี่ห้อ LukOil ไปติดบนหน้าอกเสื้อทีมฟุตบอลชาลเก้ 04 ในบุนเดสลิก้าก็ดี ซึ่งเมื่อก่อน คนพวกนี้เป็นพนักงานรัฐกินเงินเดือนเพียง 150 ดอลลาร์เองนั้น เหตุไฉนจึงสามารถกลายพันธ์มาเป็นบิลเลี่ยนแนร์ติดอันดับ 11 และ 37 ของโลกตามลำดับจากการจัดอันดับของนิตยสาร FORBES โดยใช้เวลาตั้งตัวไม่ถึง 10 ปี ทำได้อย่างไร ในขณะที่เศรษฐีนีอย่างอิงกวาร์ แคมแปรด(Ingvar Kamprad) เจ้าแม่เฟอร์นิเจอร์น๊อกดาวน์ IKEA ต้องใช้เวลากว่าชั่วชีวิตถึง 64 ปี จึงมาถึงจุดเดียวกันได้ เขียนในแบบนี้น่าจะสนุกกว่ามั๊ยครับ

    ที่ว่ามหาเศรษฐีรัสเซียเดินตบเท้าเข้าทำเนียบบิลเลี่ยนแนร์ของโลกอย่างน้อยเดือนละคน ก็ด้วยว่า มีมหาเศรษฐีรัสเซียที่อยู่ในทำเนียบบิลเลี่ยนแนร์เพิ่มขึ้นจาก 27 คนเมื่อปลายปี 2548 เป็น 33 คนแล้วจนถึง ณ วันที่ 10 เดือนมิถุนายน 2549 มีสินทรัพย์รวมกันเพิ่มขึ้นจาก 91 พันล้านดอลลาร์เป็น 172 พันล้านดอลลาร์ หรือเกือบ 90 % ของงบประมาณแผ่นดินปี 2549 ของประเทศ และมากกว่าครึ่งหนึ่งของ GDP ของรัสเซียในปีเดียวกัน

    อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มบิลเลี่ยนแนร์ท๊อปเท็นที่นิตยสาร FORBES จัดอันดับนั้น ยังไม่มีพันธุ์รัสเซียติดอันดับกับเขาอยู่ด้วยในปัจจุบัน แต่ในอนาคต อาจไม่แน่ และคงไม่นานเกินรอ

    อันดับหนึ่งและสองของโลกยังเป็นมหาเศรษฐีสัญชาติอเมริกันโดยมีบิล เกตส์(Bill Gates) ขึ้นแท่นที่หนึ่งติดต่อกันเป็นเวลา 12 ปีแล้ว มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 46.5 พันล้านดอลลาร์ ตามมาด้วย วอร์เร็น บัฟเฟต์ (Warren Buffett) นักลงทุนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก มีทรัพย์สินน้อยกว่าของบิล เกตส์เพียง 8 พันล้านดอลลาร์ อันดับที่ 3 เป็นบิลเลี่ยนแนร์เตกิล่า เจ้าของธุรกิจการสื่อสารในเม็กซิโก Carlos Slim มีทรัพย์สินไม่มากไม่น้อย 30 พันล้านดอลลาร์ และเจ้าแม่ IKEA ซึ่งเก็บหอมรอมริบกับสามี 2 คนมีเงินติดมืออยู่บ้าง 28 พันล้านดอลลาร์เป็นอันดับที่ 4 ตามมาด้วยมนุษย์เหล็กสายพันธุ์อินเดีย Lakshami Mittal เจ้าของธุรกิจเหล็กที่ใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมทรัพย์สิน 23.5 พันล้านดอลลาร์ อยู่ในอันดับที่ 5

    บิลเลี่ยนแนร์รัสเซียอันดับสูงสุดคนแรกคือเจ้าบุญทุ่มของทีมเชลซีที่กล่าวถึงซึ่งติดอันดับที่ 11 นั้นมีทรัพย์สินราว 18.2 พันล้านดอลลาร์ตามการประเมินของ FORBES เขานะ ส่วนจะใช้วิธีการประเมินอย่างไร คงเป็นความสามารถเฉพาะตัวของ Rupert Hugverf นักวิจัยของ Euromoney Institutinal Investor ที่เข้ามาร่วมงานกับ FORBES ความสามารถนี้ ห้ามลอกเลียนแบบ เพราะนิวยอร์เกอร์เลือดรัสเซียอย่างพอล เคลียบนิคอฟ(Paul Khlebnikov) บรรณาธิการนิตยสาร FORBES ฉบับภาษารัสเซียเคยเลียนแบบทำมาแล้ว และก็ต้องมาจบชีวิตของตนที่รัสเซียอย่างถูกๆ ทั้งๆที่ใช้ชีวิตในแมนฮัตตันดีๆ ไม่ชอบ เหตุที่ Khlebnikov ต้องสังเวยชีวิตในประเทศของปู่ของพ่อของเขานั้น ก็เพราะมีผู้ยิ่งใหญ่ที่ Khlebnikov ให้เกียรติจัดอันดับมหาเศรษฐีในนิตยสาร FORBES ของตน ได้เตือนมาครั้งหนึ่งแล้วว่า อย่าทำ ! ทีหลังอย่าทำ ๆ !!

    ทำไมมหาเศรษฐีรัสเซียจึงต้องกลัวถูกจัดอันดับด้วย เป็นคำถามที่ไม่น่าถามเลย เพราะ รู้อยู่แล้วว่า มหาเศรษฐีไม่ว่าพันธุ์ใหน สัญชาติใหน แม้จะมีนิสัยเหมือนกันคือชอบทำตัวอวด อยากให้ใครๆรู้ว่ารวย แต่ไม่อยากอวดให้อยู่คนเดียวคืออธิบดีกรมสรรพากร แต่ถ้าคุณทำมาหากินด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่โกงชาติโกงแผ่นดิน คุณจะไปกลัวอะไร แต่คุณเชื่อมั๊ย ถ้าคุณถามมหาเศรษฐีรัสเซียด้วยคำถามเมื่อตะกี้นี้ พวกเขาจะไม่ตอบ เพราะอะไร ? เพราะพวกเขาไม่ได้เล่นเกมส์เศรษฐีตามกติกามารยาทนะซีครับ แม้ประธานาธิบดีปูตินยังเคยกล่าวไว้เลยว่าบิลเลี่ยนแนร์รัสเซียล้วนเป็นเจ้าของทรัพยากรธรรมชาติไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง แล้วทำมาหากินด้วยวิธีใหนถึงได้ร่ำรวยมีเงินเป็นพันล้านดอลลาร์ภายในเวลาไม่ถึง 5 ปี นี่เป็นคำพูดของประธานาธิบดีตอนให้คอมเมนต์เกี่ยวกับการจับกุมนายมิคาอิล คาดาร์คอฟสกี้(Mikhail Khodorkovsky) เจ้าของบริษัทน้ำมันยูคอส(Yukos)ที่เคยใหญ่ที่สุดของรัสเซีย ลี้เต้าฮวยไม่ได้พูดเองนะ

    หากดูที่รายชื่อบิลเลี่ยนแนร์ 33 คนของรัสเซียเวลานี้ 17 คนเป็นเจ้าของธุรกิจการผลิตทรัพยากร โดย 8 คนเป็นเจ้าของกิจการน้ำมันและ 9 คนเป็นเจ้าของธุรกิจการผลิตแร่ธาตุหายาก เช่น ทองคำ อะลูมิเนียมและเหล็ก ส่วนที่เหลือเป็นนายธนาคารที่ลูกค้าหมายเลขหนึ่งของตนคือเครือข่ายธุรกิจของมหาเศรษฐีพวกแรก จะมี

    ผู้ประกอบการก็เพียงนางเยเลน่า บาตูริน่า (Yelana Baturina) เจ้าของบริษัทก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ Donskoy Construction เท่านั้น เธอดูเหมือนจะทำมาหากินแบบหลงจู๊ไปเรื่อยๆ แต่สามารถผูกขาดการทำธุรกิจก่อสร้างในกรุงมอสโกเกือบจะทั้งหมดไว้คนเดียวได้ จึงมีทรัพย์สิน 2.3 พันล้านดอลลาร์ไว้เป็นประกาศนียบัตรความเป็นบิลเลี่ยนแนร์ของเธอ เธอทำได้ยังไง ใช่มั๊ยครับ หากเธอไม่ใช่ภริยาของนาย Yuri Luzhkov นายกเทศมนตรีกรุงมอสโก

    มหาเศรษฐีเหล่านี้ ใช่ว่าจะมีมรดกหรือที่ดินจากบรรพชนทิ้งไว้ให้เป็นทรัพย์สมบัติของลูกหลานซะที่ใหนกัน ทุกคนเป็นอดีตสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ที่มีรายได้ยังชีพพอๆกัน แต่ที่ต่างจากชาวโซเวียตคนอื่นๆ ก็ตรงที่ยืนอยู่ตรงศูนย์กลางของอำนาจในระดับของตน ส่วนใหญ่จะเป็นแกนนำของพรรคคอมมิวนิสต์และมีตำแหน่งสูงสุดในรัฐวิสาหกิจที่อีกหน่อยจะตกเป็นของตนทั้งหมด การยืนอยู่ตรงศูนย์อำนาจก็คือการรู้ข้อมูลมากกว่าคนอื่น เช่นรู้ว่าเมื่อไร รัฐบาลจะดำเนินการแปรรูปกรรมสิทธิ์รัฐวิสาหกิจที่ตนเป็นผู้บริหารหรือเป็นผู้คุมบัญชี และเมื่อมีเส้นสายทางการเมืองกับแกนนำของพรรคคอมมิวนิสต์ประกอบด้วยแล้ว ก็คงมีแต่ม้ากับลาเท่านั้นที่ไม่สามารถสร้างตัวขึ้นมาเป็นชนชั้นเศรษฐีใหม่ในรัสเซียได้

    จุดเริ่มต้นที่ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจเหล่านี้กลายพันธุ์คือสมัยพีรีสตรอยก้า(perestroika) ของประธานาธิบดีกอร์บาชอฟซึ่งเปิดบรรยากาศให้มีการดำเนินธุรกิจของเอกชนได้ ใครที่เริ่มต้นธุรกิจก่อน ก็จะมีโอกาสในการสะสมทุนได้ก่อน และถ้าคว้ามันไว้ในมือได้แล้ว คุณจะหาคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อไม่ได้เลย ซึ่งก็คือจุดเริ่มต้นที่มหาเศรษฐีอย่าง Khodorkovsky ทำ อาศัยที่ตนเป็นผู้นำในองค์กรเยาวชนของพรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งให้อำนาจพอที่จะแหกกฏแหกเกณฑ์ของระบบราชการโซเวียตในสมัยนั้นได้และจึงสามารถขอใบอนุญาตตั้งบริษัทเปิดกิจการนำเข้าส่งออกได้โดยสะดวกโยธิน เปิดกิจการเพียงปีแรกในปี 2531 ก็มีเงินหมุนเวียนถึง 10 ล้านดอลลาร์แล้ว สมัยนั้นต้องถือว่าไม่น้อยนะครับ ลี้ เต้าฮวยขึ้นรถเมโทรเสียเพียง 50 โคเป็กเท่านั้นเอง และการที่ตนอยู่ในวงในของศูนย์อำนาจ มีเพื่อนสนิทเป็นลูกของผู้บริหารระดับสูงของธนาคารกลางรัสเซีย (Alexie Golubovich) Khodorkovsky ก็ก้าวขึ้นสู่ขั้นสูงขึ้นไปอีกโดยขอใบอนุญาตเปิดกิจการธนาคารของตนเองขึ้นชื่อ Bank Menatep ซึ่งต่อไปจะเป็นเครื่องมือให้ Khodorkovsky ใช้ในการระดมทุนเพื่อเข้าสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจน้ำมันต่อไป

    จุดผันแปรที่ทำให้นักธุรกิจประเภทซื้อมาขายไปเล็กๆน้อยๆ กลายเป็นนักธุรกิจร้อยล้านและพันล้านดอลลาร์ได้คือการดำเนินนโยบายแปรรูปกรรมสิทธิ์รัฐวิสาหกิจให้เป็นของเอกชน (privatization) และการปล่อยสินค้าให้ลอยตัว (Trade Liberalization) ในสมัยของประธานาธิบดีบอริส เยลต์ซิน ผู้หันไปเอาดีกับการเล่นเทนนิสระดับทีมชาติเมื่อเกษียณแล้ว ไม่ต้องงงนะครับ ท่านเล่นเทนนิสเป็นประจำโดยมีคู่ซ้อมเป็นมือระดับทีมชาติอย่างเยฟเกนี คาเฟลนิคอฟ(Yevgeny Kafelnikov) นักเทนนิสแชมเปียนแกรนด์สแลมคนแรกของรัสเซีย เป็นคนน๊อกบอลให้

    ประธานาธิบดีเยลต์ซินดำเนินการแปรทรัพย์สินของรัฐวิสาหกิจให้เป็นของคนงานและกรรมกร ซึ่งเรียกกันว่า Voucher Privatization วิธีการก็คือ ประเมินทรัพย์สินของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นโรงงาน รัฐวิสาหกิจ เหมืองแร่ บ่อน้ำมัน และแม้กระทั่งที่อยู่อาศัย ในราคาต่ำกว่าความเป็นจริง แล้วตีค่าทรัพย์สินทั้งหมดให้เป็นตัวเงินโดยถัวเฉลี่ยจากจำนวนของคนงานในวิสาหกิจนั้นๆ ออกมาเป็นราคาหุ้น และให้แก่คนงานฟรีคนละหุ้นซึ่งมีเอกสารกำกับที่เรียกว่า Voucher Voucher ใบหนึ่งมีราคา 10,000 รูเบิ้ลหรือประมาณ 100 ดอลลาร์ในสมัยนั้น ซึ่งดูเหมือนจะไม่มีราคาค่างวดอะไรมากนักสำหรับคนงานแต่ละคนที่ไม่รู้ว่ากลไกของระบบทุนนิยมมันทำงานอย่างไร สู้เอา Voucher ไปขายเป็นเงินไม่ได้ ยังจะเห็นผลตอบแทนที่เป็นสตางค์เนื้อๆออกมาบ้าง แต่สำหรับผู้บริหารโรงงานหรือบ่อน้ำมันซึ่งเห็นเงินผ่านสายตาตนเองนับล้านๆรูเบิลทุกวัน รู้ดีว่ากฎพื้นฐานของระบบทุนนิยมคือเงินต่อเงิน ถ้าได้ Voucher จากคนงานทั้งหมดหรือส่วนใหญ่มาเป็นของตน บ่อน้ำมันทั้งบ่อหรือส่วนใหญ่ก็จะตกเป็นของตนแต่ผู้เดียวอย่างง่ายๆ

    แต่คำถามคือ จะหาเงินจากที่ใหนมากมายเพื่อมากว้านซื้อ Voucher จากคนงานได้ทั้งหมด คำตอบอยู่ที่วิธีการที่นาย Khodorkovsky ทำ ก็คือการตั้งธนาคาร Menatep เพื่อทำหน้าที่ระดมเงินทุนมากว้านซื้อ Voucher นับแสนใบจากคนงานนั่นเอง และเป็นเหตุผลที่อธิบายว่าทำไมในช่วงระหว่างปีค.ศ. 1992 ถึงปีค.ศ. 1997 ก่อนที่รัสเซียจะโดนหางเครื่องของต้มยำกุ้งฟีเวอร์ไปกับเขาด้วยนั้น รัสเซียมีจำนวนธนาคารที่ขอจัดตั้งมากมายเสียเหลือเกิน โดยมีถึง 3000 ธนาคาร เมื่อมีธนาคารเพื่อเป็นกลไกระดมเงินแล้ว บวกกับนโยบายของรัฐบาลของประธานาธิบดีเยลต์ซินที่ยังเป็นใจช่วยกันประเมินราคาทรัพย์สินของธุรกิจทรัพยากรต่างๆให้ต่ำเข้าไว้ คนที่เห็นช่องทางทำเงินก่อน มิใช่มีแต่เพียงเศรษฐีรุ่นใหม่ของรัสเซียเท่านั้น นักลงทุนในสหรัฐฯ ก็เห็นเช่นกัน ธนาคาร Menatep จึงได้รับเชิญให้ออกไปทำ roadshow ในสหรัฐฯ เพื่อระดมเงินทุนจาก hedge fund ในสหรัฐฯ มากว้านซื้อ Voucher และขยายทุนให้บริษัท Yukos เข้าไปกว้านซื้อบ่อน้ำมันอื่นๆตามมา ราคาทรัพย์สินรวมของธุรกิจน้ำมันภายใต้ชื่อบริษัท Yukos ซึ่งมีราคาซื้ออยู่ที่ประมาณ 450 ล้านดอลลาร์ในระหว่างปี 1993 เด้งกลับมาอยู่ที่ราคาจริงของตนในปี 1995 ที่มูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ และเมื่อเข้าตลาดหลักทรัพย์ในปี 1996 มูลค่าของ Yukos ก็ขึ้นสูงถึง 9 พันล้านดอลลาร์ในทันที บางส่วนของกำไรจากผลประกอบการของ Yukos ปีละมากกว่า 100 % ถูกส่งไปสนับสนุนการเลือกตั้งให้แก่ประธานาธิบดีเยลต์ซินในปีค.ศ. 1996 แบบน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่าอีกด้วย แน่นอนว่า market capitalization ของบริษัท Yukos ที่สูงอย่างก้างกระโดดนี้ ก็เป็นผลจากการเข้ามาลงทุนอย่างขนานใหญ่ของนักลงทุนสหรัฐฯ ด้วย และก็เป็นเหตุผลที่อธิบายว่า ทำไมสหรัฐฯ ถึงเป็นเดือดเป็นแค้นรัสเซียมากที่ทางการรัสเซียจับกุมตัวนาย Khodorkovsky และศาลรัสเซียตัดสินให้ยึดทรัพย์สินของบริษัท Yukos จนแทบล้มละลาย

    ผลของการปฏิรูปในรัสเซียภายใต้โครงการแปรรูปกรรมสิทธิ์ของรัฐให้เป็นของเอกชนนี้ แทนที่จะสร้างผู้ประกอบการเสรีขึ้นมาจากมาตรการการดำเนินนโยบายการแปรรูปทรัพย์สิน กลับเป็นการเปลี่ยนมือผู้ถือครองทรัพย์สินของรัฐจากรัฐบาลมาอยู่ในมืออดีตเจ้าหน้าที่รัฐบาลและผู้บริหารรัฐวิสาหกิจแทน ซึ่งกว้านซื้อหุ้นราคาถูกของรัฐวิสาหกิจที่ถูกแปรรูปเพื่อให้เป็นของคนงาน เป็นของตนและพวกพ้อง แทนที่จะสร้างผู้ประกอบการเสรีหรือชนชั้นกลางขึ้นมาเป็นรากฐานให้กับระบบทุนนิยมเสรี กลับสร้างชนชั้นคณาธิปไตย(Oligarch) ขึ้นมาที่มีอำนาจทั้งทางเศรษฐกิจและทางการเมืองและรวบการผลิตทั้งหมดของสังคมให้เป็นของตนและพวกพ้อง ประกอบกับการดำเนินนโยบายปล่อยให้ราคาสินค้าลอยตัว(trade liberalization) ในปี 1992-1994 ช่วยให้คณาธิปไตยร่ำรวยขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นทวีคูณจากการจำหน่ายสินค้าผูกขาดที่ผลิตในสมัยสหภาพโซเวียตในราคาถูก แล้วขายในราคาตลาด ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศจนลงในพริบตาทันที ในขณะที่ทำให้คณาธิปไตยอย่างนาย Khodorkovsky นาย Abramovitch และบิลเลี่ยนแนร์ในปัจจุบันที่รอดห่ากระสุนมีชีวิตมาจนถึงทุกวันนี้ได้ รวยขึ้นมาเป็นอัครมหาเศรษฐีได้ในชั่วพริบตาเช่นกัน

    ลี้ เต้าฮวยจำได้ว่า ราวปี 1992 หรือปี 2534 ก่อนที่จะมีการปล่อยให้ราคาสินค้าลอยตัวนั้น คนรัสเซียหาข้าวของในร้านค้าไม่ได้เลย โชว์รูมขายรถยนต์ เฟอร์นิเจอร์ จนไปถึงร้านขายน้ำหอม สบู่ ยาสีฟัน แปรงสีฟัน แม้กระทั่งผ้าอนามัย ปิดทำการโดยไม่มีสาเหตุและไม่แจ้งให้ประชาชนทราบ ไม่ยอมให้ประชาชนเดินเข้าไปซื้อแม้แต่จะมองดู ทั้งๆที่มีข้าวของอยู่เต็มร้าน ไม่ได้ขาดแคลนอย่างที่เข้าใจกัน มีของแต่ไม่ขาย และอย่ามาทำตาละห้อยดูของจากนอกร้านนะครับ เพราะจะมีคนแต่งชุดทหารพรานถือปืน AK มาขอให้คุณออกไปจากบริเวณร้าน ลี้ เต้าฮวยไม่ได้กลับมาดูอีกเลย จนกระทั่งเมื่อรัฐบาลประกาศให้ราคาสินค้าลอยตัว พอรัฐบาลประกาศปั๊บ ร้านค้าที่ปิดตัวตายทั้งหลายเมื่อก่อน ก็เปิดกิจการของตนสลอนไปหมด สินค้าที่กักเก็บเอาไว้ ทยอยออกมา แต่ป้ายติดราคาซิครับ เปลี่ยนไปแล้ว ยกตัวอย่าง รถยนต์ยี่ห้อลาด้า(Lada) สุดเท่ห์ของรัสเซีย ก่อนนั้น ยังขายกันในราคา 800 ดอลลาร์อยู่เลย แต่ต้องเข้าคิวรอซื้อนะครับ ตอนนี้เป็น 4000 ดอลลาร์ไปแล้วครับ แล้วสินค้าทุกอย่างในรัสเซียเป็นอย่างนี้เหมือนกันหมด ทั้งน้ำมัน เหล็ก ถ่านหิน ไม้ ปุ๋ย อาวุธ จนลงมาถึงข้าววารอาหารทั้งแห้งและสดใครรวยครับ งานนี้
    ตอนที่2 >>
    ตอนที่3 >>

    อ่านบทความอื่นๆในหมวดเศรษฐกิจ: บทความทั้งหมด >>>
    
     
    กรุงเทพมหานคร
    มอสโก
    เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก
    วลาดิวอสต็อก
    เคียฟ
    เยเรวาน
    อัลมาตี
    ทาชเคนท์
    Москва информер погоды
    Банкок информер прогноз погоды
    เรื่องเด่น
    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเยือนรัสเซีย
    บทความ
    สวัสดีรัสเซีย ตอนที่ 2 รู้จักและเข้าใจคนรัสเซีย

    โดย ภาณุภัค ผ่องอำพันธ์
    สวัสดีครับคุณผู้อ่าน ครั้งนี้ผมจะสวัสดีรัสเซียด้วยการแนะนำให้คุณผู้อ่านได้รู้และเข้าใจถึงบุคลิกลักษณ ...
    ASIA Cooperation Dialogue (ACD) ? The Way Forward for Asia

    โดย Dr. Manaspas Xuto
    As a continent, Asia possesses enormous potential and the inner strength necessary to build the world’s fountain of peace and prosperity. Asia is cradle to the world’s civilizations. Buddhism, Christianity, Hinduism, Islam, Judaism, Sikhism, Shintoism and Taoism all originated on this ...

    *** สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก ขอสงวนลิขสิทธิ์ในงานเขียนและงานแปลทุกชิ้น ***

    Copyright © 2008-2012 Royal Thai Embassy. All Rights Reserved.