Home
РУССКИЙ   IN ENGLISH    ประกาศ: Announcement by the National Legislative Assembly on the Invitation for the Ascension of the Heir to the Throne ** รัฐบาลไทยโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ขอเชิญลงนามน้อมเกล้าแสดงความอาลัยถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพลอดุลยเดช ** พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยและสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วันที่ 15 ตุลาคม 2559 เวลา 23.30 น. ** กิจกรรมสอท.: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก จัดงานเลี้ยงรับรองวันกองทัพไทย ** การจัดงานพิธีสตมวารของ สอท. ณ กรุงมอสโก เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ** ข่าว: ตารางแสดงวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรรและราคากลาง (ราคาอ้างอิง) ในการจัดซื้อจัดจ้างที่มิใช่งานก่อสร้าง ** The Royal Rainmaking **
Home
  • ความสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย
  • สถานเอกอัครราชทูต
  • พื้นที่ในความรับผิดชอบ
  • สถานกงสุลในรัสเซียและ CIS
  • กิจกรรมสถานทูต
  • ข่าวและข้อมูลที่น่าสนใจ
  • ฝ่ายกงสุล
  • การศึกษารัสเซีย
  • ดาวน์โหลดเอกสารและแบบฟอร์ม
  • ข่าวงาน

  • 















    ติดต่อเรา
    Bolshaya Spasskaya 9
    Moscow 129090, Russia

    โทร: +7495 608-0856
    หมายเลขฉุกเฉิน:
    +๗๙๑๖ ๙๓๙-๒๑๕๕
    แฟกซ์: +7 (495) 690 - 9659

    รายละเอียดและแผนที่ >>>

    เศรษฐีรัสเซีย ก่อนที่จะมาสยายปีก ตอนที่ 2 - สอท. ณ กรุงมอสโก : เศรษฐีรัสเซีย ก่อนที่จะมาสยายปีก ตอนที่ 2 - สอท มอสโก

    รวมบทความ / เศรษฐกิจ /

    เศรษฐีรัสเซีย ก่อนที่จะมาสยายปีก ตอนที่ 2

    นายลี้ เต้าฮวย
    7 พฤศจิกายน 2549

    เป็นเศรษฐีรัสเซีย น่าสงสารครับ เพราะคุณท่านทั้งหลาย กว่าจะได้มีโอกาสช๊อปปิ้งกับเขาได้สักครั้ง ก็ต้องรอถึง 1 ปี อ่านแล้ว อย่าเพิ่งสงสัยนะครับว่า เป็นเศรษฐีรัสเซียแล้วจะไม่ได้ชื้อข้าวชื้อของกัน แต่ที่พวกเขาช๊อปกันปีละครั้ง ก็เพราะ ที่โครคุส ซิตี้(Krokus City) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นดีพาร์ตเมนต์สโตร์สำหรับเศรษฐีรัสเซียในกรุงมอสโก ได้จัดงานแสดงสินค้าสำหรับเศรษฐีขึ้นในช่วงนี้ เพื่อให้เป็นที่ช๊อปปิ้งสำหรับเศรษฐีรัสเซียโดยเฉพาะ เขาจัดขึ้นปีละ 1 ครั้งเท่านั้นครับ เศรษฐีรัสเซียจะได้มีโอกาสมาชีอปปิ้งกับเขาบ้าง

    แต่สินค้าที่เขานำมาให้ช๊อป ไม่ธรรมดาครับ คนไม่มีสตางค์ไม่ต้องเสียเวลาขับรถไปเลยครับ ขอบอก เพราะสินค้าราคาต่ำสุดเป็นนาฬิกาสวิสยี่ห้อหนึ่ง สนนราคาไม่มากไม่มาย 14,500 ดอลลาร์เท่านั้นเอง แต่ถึงมีสตางค์ ก็ใช่ว่าจะเข้าไปชมงานได้นะครับ เพราะเขาให้เข้าเฉพาะคนมีบัตรเชิญเท่านั้น ซึ่งผู้จัดเขาให้ธนาคารเป็นผู้ทำลิสต์รายชื่อเศรษฐีที่จะได้รับเชิญโดยคัดจากคนที่มีประวัติทางการเงินกับธนาคารเท่านั้น พวกกระยาจกอย่างลี้ เต้าฮวย มีแต่ต้องใช้วิชามารเท่านั้น ถึงจะสามารถเข้าไปชมได้

    งานแสดงสินค้าสำหรับเศรษฐีเงินล้าน หรือ Millionaire Fair ชื่อเขาตั้งอย่างนี้จริงๆ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม-15 พฤศจิกายน ปีเดียวครั้งเดียว ที่ลี้ เต้าฮวย สามารถเข้าไปดูได้ ก็ต้องแปลงโฉมให้เหมือนเศรษฐีหน่อย สิ่งแรกคือไปหาเสื้อสูตรดูแล้วว่ามีราคาแพงใส่ก่อน เสื้อสูตรตัดที่ร้านแสงชัย พรานนก ร้านที่ลี้ เต้าฮวยขนไปจากเมืองไทย ปกติก็ใส่ดูดีอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่สำหรับที่นี่ครับ จึงจำต้องไปหาเสื้อสูตรมี แบรนด์ใส่ ประเภท Jones New York แต่ made in Bangladesh อะไรเทือกนั้น ลี้ เต้าฮวยใส่แล้ว ก็ดูดีกว่าพนักงานทำความสะอาดของห้างเขาอยู่หน่อยเดียวเท่านั้น ฟอร์มดีแล้ว ยังไม่พอครับ ก่อนเข้าไปได้ ต้องโชว์บัตรเชิญให้พนักงานต้อนรับดูก่อนนะครับ ลี้ เต้าฮวยไม่มีบัตรเชิญ เลยต้องลักไก่ส่งนามบัตรให้ดูแทน เผอิญโชคดีนามบัตรเขียนนามสกุลเป็นภาษารัสเซีย อ่านออกมาว่า “ลี” พนักงานต้อนรับเห็นเข้าก็เลยถามว่า “ท่านเป็นอะไรกับท่านลี กวนยิว หรือเปล่าครับ” ลี้ เต้าฮวย หน้าตี๋มาตั้งแต่เด็กแล้ว เลยทำท่าพยักหน้าแบบไม่มองหน้าด้วย แล้วทำเป็นยื่นมือไปรับเชคแฮนด์จากพนักงานอย่างไม่เต็มใจแบบเอ็งไม่อยู่ในสายตาข้า พนักงานก็เลยรีบกุลีกุจอโค้งให้อย่างงามหนึ่งที แล้วเชิญเข้าในห้างพร้อมส่งค๊อกเทลให้หนึ่ง แก้วถือติดมือ พอผ่านประตูทางเข้ามาได้เท่านั้นแหล่ะ ต้องปาดเหงื่อแทบตาย

    ที่ว่างานนี้ เป็นงานช๊อปปิ้งสำหรับเศรษฐี ก็เพราะ ของที่เขามาโชว์ยั่วน้ำลายพวกเศรษฐีใหม่รัสเซีย ล้วนแต่มีราคาเป็นล้านรูเบิลขึ้นไปทั้งนั้น โทรศัพท์มือถือของ Vertu ฝังพลอยสำหรับลูกสาวราคา 1 แสนดอลลาร์เดียว โทรศัพท์ GoldVish ฝังเพชร 12 เม็ดที่ปุ่มหน้าปัดราคา 1.2 ล้านดอลลาร์สำหรับห้องทำงานของพ่อ เครื่องประดับจาก Tiffany & Co. หรือไม่ก็จาก Cartier สำหรับแม่ รถ Lamborghini และ Maserati สำหรับลูกชายคนละคัน ส่วนพ่อจะเปลี่ยนมานั่ง Bentley ในปีใหม่นี้ ทั้งครอบครัวจะไปพักผ่อนวันหยุดกันบนเรือยอชท์ Timmerman ราคา 1.5 ล้านดอลลาร์ พอพ่อเบื่อๆ ก็แอบพาเมียน้อยหนีหนาวไปอยู่บ้านริมหาดที่บาฮามาส เอาหลังเล็กๆหน่อยสมกับเป็นบ้านของเมียน้อยแค่ 25 ล้านดอลลาร์เท่านั้นเอง

    แล้วไม่ต้องสงสัยนะครับว่า จะหาคนมาซื้อของแพงแบบนี้ได้หรือไม่ ผู้จัดเขาตั้งเป้าไว้ว่าจะมีเศรษฐีเข้ามาในงาน 1 %จากจำนวนประชากรของกรุงมอสโก 10 ล้านคน หรือ 1 แสนคนก็พอแล้ว เพราะทุกคนที่เข้ามาในงานจะต้องสั่งซื้อของอย่างหนึ่งอย่างใดติดปลายนวมกลับบ้านไปอย่างไม่มีข้อสงสัย โดยเฉพาะ เรือยอช์ทซึ่งเป็นของเล่นชิ้นใหม่ของเศรษฐีรัสเซียในขณะนี้

    ตัวเลขนี้สอนให้รู้ว่า แค่ในกรุงมอสโก ก็มีเศรษฐีเงินล้านเดินกันเพ่นพ่านถึง 1 แสนคนแล้ว ไม่น้อยนะครับ

    งานแสดงสินค้าสำหรับเศรษฐีรัสเซียเป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ยอดสินค้าที่ขายได้ เพิ่มขึ้น 15% ทุกปี มียอดสั่งซื้อสูงกว่างานในลักษณะเดียวกันที่จัดในยุโรปและแม้แต่ที่อเมริกาเสียอีก ผู้จัดงานเล่าเหตุผลแห่งความสำเร็จว่า เศรษฐีรัสเซียมีความอยากโดยไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อได้แล้ว ก็จะใช้อย่างทิ้งๆขว้างๆ และที่สำคัญ พวกเขาเป็นประเภทขอทานถูกหวย หาเงินมากๆมาได้ง่ายจนไม่รู้ว่าจะใช้เงินให้ทันอย่างไรดี ถ้าแนะนำให้เผาเล่นแก้กลุ้ม ก็คงจะทำ

    ถ้าจะถามลี้ เต้าฮวยว่า แล้วจะมีโอกาสกระทบไหล่ดาราอย่าง Abramovitch หรือ Baturina บ้างมั๊ย คำตอบสุดท้ายนะครับคือ ไม่ เพราะพวกบิลเลี่ยนแนร์เขามีวิธีการได้มาซึ่งของหรูๆแพงๆ ตามช่องทางของพวกเขา อย่าง Abramovitch นั่งว่าการเป็น Governor อยู่ที่แคว้นชูโค๊ตก้า เหนือสุดของไซบีเรีย ก็สามารถเป็นเจ้าของโรงแรม Eden Rock โรงแรมสุดหรูที่เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศสในราคากว่า 1 พันล้านยูโรได้เพียงปลายนิ้วกระดิก ไม่ต้องมาเดินสยายปีกให้เสียราคา แต่บรรดาเศรษฐีที่พาลูกจูงเมียน้อยมาเดินในงานนี้ เป็นเศรษฐีประเภท second echelon ที่ต้องการอวดชาวบ้านชาวช่องให้รู้ว่าชั้นเป็นเศรษฐีนะยะ คือพวกคณาธิปไตยรุ่นที่เติบโตหลังพวกบิลเลี่ยนแนร์ ได้อนิสงส์จากธุรกิจที่พวกบิลเลี่ยนแนร์ทำทางไว้ก่อนแล้ว และพวกนี้มาทำธุรกิจแทรกตัวโดยขอหรือแย่งส่วนแบ่งจากพวกแรกอีกทีหนึ่ง เหมือนหมาป่าไออินน่าที่เข้ามาแย่งเนื้อเก้งเนื้อกวางจากที่แม่เสือแม่สิงห์ล่าไว้แล้ว

    อย่างที่ลี้ เต้าฮวย บอกไว้ในตอนที่ 1 ว่า การสะสมทุนเป็นกฎและขั้นตอนพื้นฐานของการพัฒนาของระบบเศรษฐกิจทุนนิยม ถ้าคนรัสเซียคนไหนคว้าโอกาสเริ่มต้นธุรกิจได้ก่อน ก็จะมีโอกาสสะสมทุนได้ก่อนคนอื่น เมื่อสะสมทุนได้แล้ว ตอนนี้ก็จะปล่อยให้กฏพื้นฐานของระบบทุนนิยมข้อที่ 2 ทำงานต่อไปซึ่งก็คือ การนำเงินไปต่อเงิน แล้วคุณจะหาคู่แข่งไม่ได้เลย ในช่วงปี 1994-1997 การเข้าครอบครองทรัพย์สินของรัฐโดยพวกคณาธิปไตยหรือพวกที่จะเป็นบิลเลี่ยนแนร์ในปัจจุบันโดยผ่านกระบวนการ voucher privatization เป็นวิถีทางที่แม้กระทำได้ตามนโยบายและกฎหมายที่มีช่องโหว่ในเวลานั้น แต่ไม่สุจริตและไม่เป็นธรรมในแง่การแข่งขันและการกระจายทางเศรษฐกิจ คณาธิปไตยที่เข้าสู่ธุรกิจก่อน ก็จะเป็นนักผูกขาด ส่วนคณาธิปไตยที่เข้าสู่ธุรกิจที่หลังก็ไม่มีหนทางอื่นนอกจากการใช้ความรุนแรงเข้าแย่งชิง เราจึงเห็นเหตุการณ์การตัดสินข้อพิพาทในการแย่งชิงทรัพย์สินระหว่างคณาธิปไตยด้วยกันเองด้วยวิธีการที่รุนแรงในแบบเดียวกับที่เราเห็นในภาพยนต์เรื่อง God Father ในนิวยอร์กหรือ Al Capone ในชิคาโก้ เศรษฐี second echelon กลุ่มแรกสุดเลยก็คือพวกที่เราเรียกกันว่ามาเฟียรัสเซียซึ่งใช้ความรุนแรงสร้างตัวและเติบโตขึ้นในระบบเศรษฐกิจรัสเซียตั้งแต่นั้นมา

    พวกมาเฟียมีพื้นเพดั้งเดิมจากอดีตนายทหารในกองทัพสังกัดกระทรวงกลาโหมโซเวียต และกองทัพของคณะกรรมการว่าด้วยความมั่นคงแห่งรัฐหรือหน่วยข่าวกรอง KGB ในอดีต อย่างงนะครับว่า หน่วยข่าวกรอง KGB เขามีกองทัพของเขาเองด้วยหรือ มีครับ เขามีกำลังพลติดอาวุธและมีโครงสร้างการบังคับบัญชาเหมือนกองทัพทุกประการครับ ต่างกันก็แต่ภารกิจเท่านั้นครับ

    นายทหารที่จะเปลี่ยนพันธุกรรมมาเป็นมาเฟียในอนาคต โดยมากจะสังกัดในหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่เรียกว่า Spetsnaz ซึ่งมีคุณสมบัติพื้นฐานคือเหี้ยมโหดเป็นเลิศ พวกอดีตนายทหารเหล่านี้เข้ามาเกี่ยวข้องกับธุรกิจก็ด้วยการเชื้อเชิญของคณาธิปไตยให้เข้ามาทำหน้าที่คุ้มกันตัวเขาและธุรกิจของพวกเขา แต่โดยมากจะเข้ามาขอแบ่งผลประโยชน์จากนักธุรกิจด้วยการใช้ความรุนแรงและการข่มขู่เสียมากกว่า นักธุรกิจคนไหนที่คิดจะสู้ ก็จำต้องจ้างอดีตนายทหารกลุ่มอื่นมาคุ้มครอง ส่วนที่คิดว่าสู้ไม่ไหว ก็ต้องยอมให้เข้ามาแบ่งผลประโยชน์ไปบ้างบางส่วน เพื่อรักษาความมั่งคั่งส่วนทั้งหมดไว้ เพราะฉะนั้น จะสู้หรือไม่สู้ มาเฟียก็เข้ามาอยู่ดี

    ธุรกิจเป้าหมายของมาเฟียคือศูนย์ธุรกิจที่ทำเงินต่างๆ โดยเฉพาะ ธนาคาร รองลงมาคือธุรกิจบันเทิงและบริการ เช่น โรงแรมและภัตตาคาร ค่าคุ้มครองที่มาเฟียเรียกเก็บจากผู้ประกอบการเฉลี่ย 15 % ของเงินหมุนเวียน รู้ได้อย่างไร มีเขียนไว้ในวิชา Econ 101 หรือ เปล่าครับ ความรู้นี้ ไม่มีในตำราแน่นอน แต่ลี้ เต้าฮวยรู้จากของจริงครับเมื่อนักธุรกิจไทยหลายรายที่อยากจะมาลงทุนในรัสเซียในสมัย 10 กว่าปีที่แล้วนั้น ต้องพับเสื่อกลับเมืองไทยไป เมื่อรู้ความจริงข้อนี้ ตอนแรกมาเฟียจะมาทำหน้าที่ให้ความคุ้มครองป้องกันจากการคุกคามของมาเฟียกลุ่มอื่น ต่อมาขอส่วนแบ่งจากธุรกิจที่ตนคุ้มครองมาดำเนินการเอง เช่น ขอธุรกิจการจอดรถของโรงแรมหรือภัตตาคาร เป็นต้น ถ้านักธุรกิจคนใดใจอ่อนยอมตามข้อเรียกร้องของมาเฟีย เตรียมใจคอยสูญเสียธุรกิจของตนทั้งยวงตามมาได้เลย เพราะพวกมาเฟียจะเขยิบขอส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นไปอีก จาก 15 % ไปสู่ ห้าสิบห้าสิบ และในที่สุด ก็จะขอสายโซ่ธุรกิจทั้งหมดมาคุมเอง หากขัดขืนหรือคิดจะสู้ ก็ไม่พ้นที่จะเห็นการนองเลือดเกิดขึ้น ผู้แพ้จะจบชีวิตในที่สุด เช่น กรณีการแย่งธุรกิจโรงแรม Radisson-Slavyanskaya ในช่วงระหว่างปี 1994-1996 ระหว่าง Paul Tatum American hotelier ผู้โด่งดังและหุ้นส่วนใหญ่ของโรงแรม Radisson-Slavyanskaya กับมาเฟียเชชเนียซึ่งตอนแรกเสนอตัวที่จะให้ความคุ้มครองโดยขอแลกกับการครอบครองส่วนที่เป็นรายได้จากการจอดรถทั้งหมด (ท่านผู้อ่านคนไหนเคยมารัสเซียและเคยมาใช้บริการของโรงแรมนี้ คงสังเกตได้ว่า โรงแรมนี้เขาไม่มีส่วนลดค่าจอดรถให้นะครับสำหรับผู้ที่มาใช้บริการ จอดรถนานแค่ไหน ก็เสียแค่นั้น) จากนั้นก็ ขอมาคุมส่วนที่เป็นห้างร้านข้างในโรงแรมทั้งหมด และในปี 1996 เมื่อขอส่วนแบ่งจากการบริหารโรงแรมอีกครึ่งหนึ่งไม่ได้ Paul ก็จบชีวิตขอองตนลงจากฝีมือของ Umar Jabrailov หัวหน้าแกงค์มาเฟียเชชเนียซึ่งเป็นการตั้งข้อสงสัยโดยสื่อมวลชน ในรายงานของเจ้าหน้าที่ FSB (Federal Security Bureau) Umar Jabrailov มีฐานะเป็น “หุ้นส่วนของโรงแรม Radisson-Slavyanskaya” แล้ว ในเวลานั้น

    เห็น career path ของมหาเศรษฐี second echelon อย่าง Umar Jabrailov หรือยังครับว่ามีที่มาที่ไปของตนอย่างไร จากคนคุมที่จอดรถของโรงแรม มาเป็นเจ้าของโรงแรมในส่วนที่เป็นร้านค้าและบริการของโรงแรมทั้งหมดและเกือบจะเป็นเจ้าของโรงแรมอยู่แล้ว หรือเป็นแล้วก็ไม่ทราบได้ เพราะ ตำรวจปิดแฟ้มคดีการตายของ Paul แบบหนังอเมริกันประเภท anti climax คือพระเอกตายโดยจับตัวผู้ร้ายไม่ได้ จบแบบห้วนๆ ไม่มีการล่าหาความจริง และเรื่องก็ยังคงเป็นปริศนาจนถึงทุกวันนี้

    มาเฟียเชชเนีย จัดเป็นมาเฟียกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดในรัสเซีย จากข้อมูลของ Paul Khlebnikov บรรณาธิการนิตยสาร FORBES ฉบับภาษารัสเซีย พูดถึงการเติบโตของมาเฟียเชชเนียหรือกลุ่มอาชญากรที่มีการจัดตั้งนี้ในหนังสือของเขาชื่อ Godfather of the Kremlin ว่า “มาเฟียเชชเนียสะสมความมั่งคั่งของตนตั้งแต่ปลายทศวรรษที่ 70 แล้ว พวกเขาเดิมเป็นนายทหารที่ถูกส่งไปช่วยรบที่เวียดนาม คิดรวยทางลัดด้วยการขนเฮโรอินจากสามเหลี่ยมทองคำบรรจุในพัสดุภัณฑ์ของกองทัพโซเวียต ลงเรือที่ท่าเรือคัมราห์นแล้วมาขึ้นที่ท่าเรือวลาดิวอสต๊อกเพื่อขนถ่ายต่อไปยังเชชเนียซึ่งเป็นจุดพักสินค้าก่อนที่จะส่งเข้ากรุงมอสโกหรือส่งเข้าไปยังบัลแกเรียและยูโกสลาเวียเพื่อส่งไปยังตลาดขายปลีกในยุโรปตะวันตกต่อไป”

    << ตอนที่1 ตอนที่3 >>

    อ่านบทความอื่นๆในหมวดเศรษฐกิจ: บทความทั้งหมด >>>
    
     
    กรุงเทพมหานคร
    มอสโก
    เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก
    วลาดิวอสต็อก
    เคียฟ
    เยเรวาน
    อัลมาตี
    ทาชเคนท์
    Москва информер погоды
    Банкок информер прогноз погоды
    เรื่องเด่น
    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเยือนรัสเซีย
    บทความ
    ประชากรลดลง สมองไหล และแรงงานขาดแคลน : วาระแห่งชาติของรัสเซีย

    โดย Mag Feliz
    สหประชาชาติคาดการณ์ว่า ประชากรโลกจะเพิ่มขึ้นจากประมาณ 6.5 พันล้านคนในปัจจุบัน เป็น 9.1 พันล้านในปี ค.ศ. 2050 โดยร้ ...
    ฟังเขาเล่ามา จากเรื่องจริงเมื่อทูตสรยุตม์ฯ นำคณะไปเหยียบชายแดนอัฟกานิสถาน

    โดย วัฒนะ คุ้นวงศ์
    กฎว่าด้วยเรื่องตลาดในวิชา Econ 101 สอนเราว่า สินค้าใดในโลก จะขายได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับปัจจัย 2 ประการคืออุปทาน ...

    *** สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก ขอสงวนลิขสิทธิ์ในงานเขียนและงานแปลทุกชิ้น ***

    Copyright © 2008-2012 Royal Thai Embassy. All Rights Reserved.