Home
РУССКИЙ   IN ENGLISH    ประกาศ: Announcement by the National Legislative Assembly on the Invitation for the Ascension of the Heir to the Throne ** รัฐบาลไทยโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ขอเชิญลงนามน้อมเกล้าแสดงความอาลัยถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพลอดุลยเดช ** พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยและสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วันที่ 15 ตุลาคม 2559 เวลา 23.30 น. ** กิจกรรมสอท.: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก จัดงานเลี้ยงรับรองวันกองทัพไทย ** การจัดงานพิธีสตมวารของ สอท. ณ กรุงมอสโก เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ** ข่าว: ตารางแสดงวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรรและราคากลาง (ราคาอ้างอิง) ในการจัดซื้อจัดจ้างที่มิใช่งานก่อสร้าง ** The Royal Rainmaking **
Home
  • ความสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย
  • สถานเอกอัครราชทูต
  • พื้นที่ในความรับผิดชอบ
  • สถานกงสุลในรัสเซียและ CIS
  • กิจกรรมสถานทูต
  • ข่าวและข้อมูลที่น่าสนใจ
  • ฝ่ายกงสุล
  • การศึกษารัสเซีย
  • ดาวน์โหลดเอกสารและแบบฟอร์ม
  • ข่าวงาน

  • 















    ติดต่อเรา
    Bolshaya Spasskaya 9
    Moscow 129090, Russia

    โทร: +7495 608-0856
    หมายเลขฉุกเฉิน:
    +๗๙๑๖ ๙๓๙-๒๑๕๕
    แฟกซ์: +7 (495) 690 - 9659

    รายละเอียดและแผนที่ >>>

    Inna Zhelannaya เธอคือ Shania Twain ในเวอร์ชั่นของรัสเซีย - สอท. ณ กรุงมอสโก : Inna Zhelannaya เธอคือ Shania Twain ในเวอร์ชั่นของรัสเซีย - สอท มอสโก

    รวมบทความ / ศิลปวัฒนธรรม /

    Inna Zhelannaya เธอคือ Shania Twain ในเวอร์ชั่นของรัสเซีย

    วรัญญาพร
    1 มีนาคม 2550

    มีเพื่อนที่เมืองไทยถามเข้ามาว่า ในรัสเซียมีแนวดนตรีที่ผสมผสานเพลงพื้นเมืองกับดนตรีร๊อคหรือเพลงพื้นเมืองที่บรรเลงด้วยเครื่องดนตรีที่ใช้ไฟฟ้ามั๊ย

    คำถามถูกใจค่ะ

    เพลงพื้นเมืองของรัสเซียส่วนใหญ่ที่ผู้เขียนรู้จักมีลักษณะคล้ายเพลงบาลลาด(Ballad) ของอเมริกา คือเพลงที่เล่าเรื่องจากชีวิตจริงหรือจากตำนานหรือนิทานพื้นบ้านที่เล่าสืบต่อกันมา ท่วงทำนองซ้ำไปซ้ำมา และใช้เครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายบรรเลงเป็นหลัก เช่น แบนโจและกีตาร์สำหรับเพลงพื้นเมืองของอมริกา โดยมีฮาโมนิก้าเป่าหรือไวโอลินสีคลอเคียง ในขณะที่เพลงพื้นเมืองรัสเซียใช้แบนโจและบาลาไลก้าเป็นเครื่องดนตรีหลักโดยมีแอ๊คคอเดียนหรือฟิดเดิ้ลสีคลอเคียง

    ฟังเพลงพื้นเมืองจริงๆของอเมริกา ถามว่า ไพเราะมั๊ย เชื่อว่ามีแน่นอนที่บอกว่าน่าเบื่อ คุณลองไปฟังเพลงบาลลาดของแท้ในยุคทศวรรษที่ 1930 ซิคะ เหมือนพระสวดก็ไม่ปาน แต่ที่เราฟังเพลงพื้นเมืองของอเมริกาหรือที่เรียกว่าเพลง folk song แล้วไพเราะจับใจจนเป็นเพลงอมตะในหัวใจของหลายๆคนจนทุกวันนี้ ก็เพราะมันมีการโมดิฟายค่ะ ประการแรกสุดเลย มันมีความเป็นเพลงเพื่อชีวิต โดยเฉพาะ ในยุคแสวงหาและยุคต่อต้านสงครามเวียดนามของคนอเมริกันในสมัยซิกส์ตี้ส์และต้นเซเว่นตี้ส์เป็นต้นมา เชื่อว่าน้อยคนนักที่ไม่รู้จักเพลง Blowing in the Wind ของ Bob Dylan Greenfield ของ the Brother Four หรือ Leaving on the Jet Plane ของ John Denver ที่มาดังระเบิดในเวอร์ชั่นของ Peter Paul and Mary แต่ถ้าคุณจะบอกว่าไม่รู้จักเพลงที่ว่านี้ เพราะมิใช่คนร่วมสมัยกับคุณลุงคุณป้าที่อยู่ในวัยฟังเพลงพวกนั้น ก็ต้องขอบอกว่า มันไม่ใช่เรื่องของช่องว่างระหว่างวัยเสมอไปหรอกค่ะที่คุณจะไม่รู้จักเพลงพวกนี้ บางทีมันอาจจะเป็นเรื่องของโลกทัศน์ที่ไม่เปิดของคุณด้วย

    ครั้นเมื่ออเมริกันโฟล์คซองได้รับแรงกระตุ้นที่เกิดจากการพังทลายของจารีตแบบอเมริกัน พร้อมกับการกำเนิดของขบวนการต่อต้านสังคม ขบวนการต่อต้านการเหยียดผิว และขบวนการต่อต้านสงครามเวียดนามเมื่อทศวรรษที่ 1960 แนวเพลง rock ‘n’ roll ที่เรียกว่า underground rock ในแบบของร๊อคกรุ๊ปแบบวง Cream วง the Animal และวง Stephenwolf ก็เข้ามาแทนที่แนวเพลงร๊อคแบบเดิมๆ ในสมัยของ Chuck Berry และ Elvis Presley เพลง folk song แบบยูโทเปียของ Bob Dylan หรือ Judy Collins ก็ไม่เว้นคะ ในที่สุดก็ถูกเพลงพื้นเมืองที่มีท่วงทำนองแบบร๊อคของ Credence Clearwater Revival และ Janis Joplin หรือท่วงทำนองแบบ R ‘n’ B (rhythm ‘n’ blues) ของ John Mayall และ the Rolling Stones เข้าแทนที่ การเกิดแนวดนตรีพื้นเมืองที่ผสมผสานด้วยเครื่องดนตรีสไตล์ร๊อคหรือมีการนำเครื่องดนตรีที่ใช้ไฟฟ้าเข้าไปบรรเลง เมื่อฟังแล้วมันส์ทั้งซึ้งเข้าไปถึงก้นบึ้งของอารมณ์นั้นคือเหตุผลประการที่สองค่ะ

    เพลง folk song ของรัสเซีย ค่อนข้างจะโชคดีกว่าของอเมริกาอยู่นิดที่ไม่ได้รับอิทธิพลจากเพลงร๊อคมากเท่าใดนัก เพลงป๊อปคลาสสิคอย่าง Moscow Night หรือ Kalinka จึงยังไม่เพี้ยนไปไหน ฟังเมื่อใดก็ได้อารมณ์ในแบบของเดิมเมื่อนั้น แต่ถ้าจะถามว่า แล้วเพลงพื้นเมืองรัสเซียแท้ๆมีท่วงทำนองอย่างไร ขอยกเพลงนี้เข้าประกวดค่ะ เพลง Those Were the Days ที่ Paul MaCartney โพรดิวซ์ให้ Mary Hopkins เป็นผู้ร้อง จนโด่งดังขึ้นสู่อันดับที่ 2 ของ Bill Board Chart เมื่อปี 1968 เคยได้ยินกันมั๊ยคะ ถึงตรงนี้ คงมีคำถามตามมาว่า แล้วเพลง Those Were the Days เกี่ยวอะไรกับเพลงพื้นเมืองรัสเซียด้วย

    เกี่ยวหรือไม่เกี่ยว ก็ลองไปฟังเพลงพื้นเมืองรัสเซียที่ชื่อ Darogu Dlinnoyu แปลเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า the Long Road ซึ่ง Boris Fomin แต่งเนื้อและ Konstantin Podrevski แต่งทำนอง เสียก่อนค่ะ และเสียใจที่จะต้องยอมรับความจริงกันว่าเพลง Those Were the Days ที่พ่อยอดอัจฉริยะท่านเซอร์ Paul MaCartney โพรดิวซ์ให้ Mary Hopkins ร้องนั้น เป็นเพลงที่ลอกความหมายและทำนองมาจากเพลง Darogu Dlinnoyu มาทั้งดุ้นค่ะ แต่ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ตรงนั้นค่ะ ที่ยกเพลงนี้ขึ้นมาเพราะเพลง Darogu Dlinnoyu ในเวอร์ชั่น Those Were the Days เป็นเพลงพื้นเมืองรัสเซียที่ใกล้ตัวคนไทยมากที่สุด

    ฟังเพลงพื้นเมืองรัสเซียตามท่วงทำนองดั้งเดิม มีความไพเราะในตัวของมันเองอยู่แล้ว แต่มีศิลปินรัสเซียอยู่คนหนึ่งที่สร้างแนวเพลงผสมผสานระหว่าง Russian Folk Song กับ Rock กับ Jazz และกับ R’n’B ขึ้นมา โดยใช้เครื่องดนตรีไฟฟ้ามาบรรเลงผสมกับเครื่องดนตรีแบบ acoustic จนทำให้เพลง Folk Song ของรัสเซียที่ฟังกันในกลุ่มชาวบ้านในชนบทนั้นโกอินเตอร์ไปเลยค่ะ เธอคือ Inna Zhelannaya ค่ะ ศิลปินเพลงเพื่อชีวิตพันธุ์ที่หายากที่สุดของรัสเซีย Inna อาจจะไม่ดังเหมือน Tatu หรือ Viagra บนเวทีในรัสเซีย แต่เชื่อมั๊ยคะ ไม่มีแฟนเพลง Folk Song ร่วมสมัยคนไหนในอีสต์โคสต์อเมริกาที่ไม่รู้จักเธอ

    เมื่อ Inna เริ่มเข้าสู่วงการเพลงครั้งแรกในรัสเซียเมื่อปี 2536 นั้น รัสเซียอยู่ในยุคสมัยของความสับสน ศิลปินชื่อดังที่โลดแล่นอยู่ในวงการเพลงร๊อคของรัสเซียตั้งแต่ปลายสมัยสหภาพโซเวียต เช่น วง Time Machine และวง Aquarium กำลังหมดแรง ส่วนศิลปินร๊อคยุคใหม่อย่าง Viktor Tsoi ก็มาจบชีวิตของตนเร็วเกินไปอย่างไม่คาดฝัน ที่กลับไปด้วยดีคือศิลปินหญิงนุ่งน้อยห่มน้อยที่เอาเนื้อเข้าแลกกับความสำเร็จ แม้ Inna เป็นสาวรัสเซียที่สวย แต่บังเอิญเธอมีสมอง หากแนวเพลงของ Inna ไม่ได้รับการต้อนรับในรัสเซีย เธอไม่แคร์ที่จะหอบกีตาร์และไวโอลินไฟฟ้าของเธอไปที่อื่น แล้ว Inna ก็ตัดสินใจนำวง Farlanders ของเธอออกทัวร์ในสหรัฐฯตั้งแต่ปี 2538 เป็นต้นมา

    Inna กับวง Farlanders ของเธอตระเวนแสดงคอนเสริตทั่วฝั่งอีสต์โคสต์ของอเมริกา หลังจากที่เธอโชว์ของดีให้คนอเมริกันเห็นในคอนเสริตวันเปิดกีฬาโอลิมปิคส์ที่แอตแลนต้าเมื่อปี 2539 แล้ว เพลง Dalshe (Further) เพลงเอกในอัลบั้ม Vodorosl (Seaweed) ของเธอได้ถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอัลบั้ม One World ของ Putumayo World Music Label ซึ่งรวบรวมผลงานเพลงของศิลปินแอฟริกาและแคริบเบียนที่ยอดที่สุด เช่น Bob Marley Gipsy Kings และ Peter Gabriel ไว้รวมกัน ผู้เขียนในสมัยที่ยังขับ Pontiac Sunfire เที่ยวทั่วอเมริกาเหนือเมื่อสิบกว่าปีก่อนอยู่นั้น ยังได้มีโอกาสเข้าชมการแสดงของ Inna ที่ New Jersey ครั้งหนึ่ง ยอมรับว่าทึ่งเป็นที่สุด เพราะเพลงของเธอที่แต่งและรีมิกซ์ขึ้นใหม่ร่วมกับ Sergei Starastin ชุบชีวิตให้กับเพลงพื้นเมืองรัสเซียด้วยท่วงทำนองร๊อคในแบบของวง King Crimson ที่ฟังแล้วทั้งซึ้งและทั้งมันส์เข้าไปถึงก้นบึ้งของอารมณ์จริงๆ

    Inna กลับมารัสเซียอย่างเงียบๆ เมื่อต้นปีนี้ หลังจากเธอกับ Farlanders ถึงจุดอิ่มตัวกันแล้ว และเมื่อเธอหาวง back up ดีๆได้แล้ว เธอจึงได้เปิดการแสดงของเธอครั้งแรกที่คลับ Apelsin เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผู้เขียนโชคดีที่ได้มีโอกาสไปชมคอนเสิรตของเธอคืนนั้น เธอยังสวยเหมือนเดิม แม้จะร่วงโรยไปบ้างก็ตาม แต่เพลง Russian Folk ในสไตล์ R‘n’B ของเธอยังยอดเยี่ยมเหมือนคืนที่เล่นที่ New Jersey อย่างไรก็อย่างนั้น

    เพื่อนจ๋า Inna Zhelannaya คนนี้แหล่ะจ๊ะ จำชื่อไว้

    รูปภาพจาก: www.zvuki.ru

    อ่านบทความอื่นๆในหมวดศิลปวัฒนธรรม: บทความทั้งหมด >>>
    
     
    กรุงเทพมหานคร
    มอสโก
    เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก
    วลาดิวอสต็อก
    เคียฟ
    เยเรวาน
    อัลมาตี
    ทาชเคนท์
    Москва информер погоды
    Банкок информер прогноз погоды
    เรื่องเด่น
    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเยือนรัสเซีย
    บทความ
    สยามสโกเย ปาโซลสตวา ณ กรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

    โดย วัฒนะ คุ้นวงศ์
    ใครก็ตามที่ได้ไปประเทศรัสเซีย น้อยคนนักที่จะไม่ไปเยือนนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และ ส่วนใหญ่ที่ไปจะรู้จัก ...
    ช๊อปปิ้ง ดูงาน ข้าราชการ ส.ส.

    โดย วรัญญาพร
    ธรรมชาติของคนไทย ไม่ว่าจะไปที่ไหน เป็นต้องซื้อ ต้องช๊อป ยิ่งเป็นข้าราชการและนักการเมืองด้วยแล้ว ยิ่งช๊อ ...

    *** สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก ขอสงวนลิขสิทธิ์ในงานเขียนและงานแปลทุกชิ้น ***

    Copyright © 2008-2012 Royal Thai Embassy. All Rights Reserved.