Home
РУССКИЙ   IN ENGLISH    ประกาศ: Announcement by the National Legislative Assembly on the Invitation for the Ascension of the Heir to the Throne ** รัฐบาลไทยโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ขอเชิญลงนามน้อมเกล้าแสดงความอาลัยถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพลอดุลยเดช ** พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยและสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วันที่ 15 ตุลาคม 2559 เวลา 23.30 น. ** กิจกรรมสอท.: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก จัดงานเลี้ยงรับรองวันกองทัพไทย ** การจัดงานพิธีสตมวารของ สอท. ณ กรุงมอสโก เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ** ข่าว: ตารางแสดงวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรรและราคากลาง (ราคาอ้างอิง) ในการจัดซื้อจัดจ้างที่มิใช่งานก่อสร้าง ** The Royal Rainmaking **
Home
  • ความสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย
  • สถานเอกอัครราชทูต
  • พื้นที่ในความรับผิดชอบ
  • สถานกงสุลในรัสเซียและ CIS
  • กิจกรรมสถานทูต
  • ข่าวและข้อมูลที่น่าสนใจ
  • ฝ่ายกงสุล
  • การศึกษารัสเซีย
  • ดาวน์โหลดเอกสารและแบบฟอร์ม
  • ข่าวงาน

  • 















    ติดต่อเรา
    Bolshaya Spasskaya 9
    Moscow 129090, Russia

    โทร: +7495 608-0856
    หมายเลขฉุกเฉิน:
    +๗๙๑๖ ๙๓๙-๒๑๕๕
    แฟกซ์: +7 (495) 690 - 9659

    รายละเอียดและแผนที่ >>>

    บันทึกลับผู้ติดตาม : ตอนที่ ๑ - สอท. ณ กรุงมอสโก : บันทึกลับผู้ติดตาม : ตอนที่ ๑ - สอท มอสโก

    รวมบทความ / ท่องเที่ยว /

    บันทึกลับผู้ติดตาม : ตอนที่ ๑

    นายโตสตอย ช้างเท้าหลัง
    5 พฤษภาคม 2549

    ๒๙ เมษายน – ๕ พฤษภาคม ๒๕๔๙ 

    ผมเดินทางออกจากท่าอากาศยานกรุงเทพฯด้วยเที่ยวบิน TG 974 เครื่องออกตามเวลา ๑๐.๒๕ น. เป็นเที่ยวบินที่ใช้เครื่องรุ่นใหม่ AIR BUS 340/ 600 เที่ยวบินนี้มีผู้โดยสารชั้นประหยัดประมาณร้อยห้าสิบคน เป็นคนไทยประมาณ ๙๐ คนเดินทางมากับบริษัททัวร์ ๒ บริษัท นอกนั้นเป็นคนรัสเซีย ซึ่งดูบางตาจากที่เห็นเมื่อคราวเดินทางกลับ มอสโก-กรุงเทพฯ ครั้งที่แล้วในเดือนกุมภาพันธ์ ที่มีผู้โดยสารชาวรัสเซียเต็มเกือบทุกที่นั่ง ทั้งนี้ในช่วงดังกล่าวอากาศที่รัสเซียหนาวเย็นมาก อุณหภูมิ อยู่ในช่วง ลบ ๑๕ ถึง ลบ ๓๕ องศา จึงเป็นช่วงที่คนของเขาบินมารับไออุ่นของประเทศไทย ตามสถิติตัวเลขปัจจุบันมี ชาวรัสเซียและประเทศในเขตอาณามาขอรับวีซ่าท่องเที่ยวเข้าประเทศไทยประมาณ ๑.๕ แสนคน

    เที่ยวบิน TG 974 ใช้เวลาเดินทางตามกำหนดคือประมาณ ๙ ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ ถึงสนามบินโดโมเดโดโว ซึ่งอยู่ห่างจากใจกลางกรุงมอสโก ประมาณ ๓๐ กิโลเมตร ถึงเวลาท้องถิ่น๑๗.๐๐ น. หรือ สองทุ่มที่กรุงเทพฯ สำหรับเรื่องเวลาตาม Time Zone นั้น ในช่วงฤดูหนาว (เริ่มปลายเดือนกันยายน) เวลาที่มอสโกจะช้ากว่าที่กรุงเทพฯ ๔ ชั่วโมง แต่เมื่อเข้าฤดูร้อน (เริ่มปลายเดือนมีนาคม) เวลาที่ต่างกันจะลดลงเหลือ ๓ ชั่วโมง เนื่องจากท้องฟ้าจะสว่างในเวลาเช้าขึ้นและสิ้นแสงใกล้ ๒๐ นาฬิกา โดยจะมีการประกาศวันเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงเวลาตาม Time Zone ดังกล่าวโดยทางการรัสเซีย

    เที่ยวบินมาถึงตามเวลา แต่ใช้เวลาที่จุดตรวจคนเข้าเมืองร่วมชั่วโมง เนื่องจากเป็นคราวเคราะห์ของผมเองที่ไปเข้าแถวในช่อง เจ้าหน้าที่ ตม.มือใหม่ ซึ่งไม่คุ้นเคยกับหนังสือเดินทางราชการที่ยกเว้นไม่ต้องขอวีซ่า ตามข้อตกลง กว่าเจ้าหน้าที่มือใหม่จะขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่มือเก่าจนรู้เรื่องได้ ก็ยืนรอจนเห็นประตูห้องน้ำยิ้มได้ทีเดียว แม้ว่าตัวเราไม่ได้รับความสะดวกแต่เรื่องนี้หากมองในอีกมุมหนึ่ง ก็เห็นว่าเจ้าหน้าที่ของเขามีความตั้งใจทำหน้าที่ของตนเองให้ถูกต้องและมีความ สุภาพ ตลอดเวลา อุปสรรคอีกอย่างก็คือเรื่องภาษา เพราะหากพูดภาษาของเขาไม่ได้ ตัวเราเองก็ไม่ต่างจากการเป็นใบ้เท่าไหร่นัก

    ผ่านจุดตรวจคนเข้าเมืองก็มาหยิบกระเป๋าที่สายพาน เที่ยวนี้เนื่องจากมาในฐานะผู้ติดตามเต็มขั้น จึงมีกระเป๋าใหญ่ ๒ ใบ และhand bag หนักประมาณ สิบกิโลอีกใบหนึ่ง และเป็นคราวเคราะห์ขั้นที่สอง ที่ช่วงเวลานั้น มีเที่ยวบินอื่นอีก ๓ เที่ยว มาถึงในเวลาใกล้เคียงกัน ผู้โดยสารจึงเยอะมาก เมื่อผมเดินมาถึงจุดสายพาน ก็ปรากฏว่า ไม่มีรถเข็นเหลือให้ผมได้ทุ่นแรงเลย ต้องก้มหน้ารับชะตากรรมใช้แรงที่ยังมีอยู่เยอะ หิ้วกระเป๋า ๓ ใบ เดินผ่านด่านศุลกากร ออกไปด้านนอกบริเวณจุดนัดพบ พร้อมส่งยิ้ม มองหาอู๊ด หรือ ชา ช่า คนขับรถ วันนี้นอกจากจะผมจะยิ้มเก้อ มองไม่เห็นใครแล้ว ยังมีเหงื่อไหลจากน้ำหนักกระเป๋า ๒ ส่วน และอีก ๘ ส่วนจากความวิตกกังวล ว่าจะทำอย่างไรดีจึงจะเอาตัวรอดหากติดต่ออู๊ดไม่ได้ ผมยืนหน้าซีด ซับเหงื่ออยู่ประมาณ ๑๐ นาที

    สวรรค์ก็ไม่ทอดทิ้ง เมื่อเหลือบเห็นสาวรัสเซีย ที่เป็นไกด์ให้กรุ๊ปทัวร์คนไทยของบริษัท Global สาวคนนี้เคยพบ กันในงานเลี้ยงที่ทำเนียบท่านทูต เมื่อเดินทางมาคราวที่แล้ว ผมจึงรีบไปจับมือ ทักทายว่าจำกันได้หรือเปล่า พร้อมให้เกียรติเขาทันทีด้วยการขอยืมโทรศัพท์มือถือ โทรหาอู๊ดทันที จากนั้นทุกอย่างก็จบลงแบบแฮปปี้เอ็นดิ้ง ส่วนที่ว่าผม ผลัดหลงกับอู๊ด และ ชาช่าอย่างไรนั้น ไม่เล่าดีกว่าเพราะ เป็นอุปสรรคชีวิตเล็กน้อยที่อาจเกิดขึ้นกับทุกคนได้เสมอ แต่ที่สำคัญจะมีใครซักกี่คนนะ ที่ยามมีอุปสรรคเกิดขึ้น แล้วสวรรค์จะส่งสาวสวยรัสเซียมาให้ความช่วยเหลือ อย่างที่เกิดขึ้นกับผม

    หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป อุณหภูมิที่มอสโกก็อุ่นขึ้นทุกวัน จากวันแรกที่มาถึงเมื่อเสาร์ ๒๙ เม.ย. อากาศเย็น ๆ อยู่ที่ ๕ องศา ก็อุ่นขึ้นเรื่อยๆ เช้าวันอังคาร ตื่นขึ้นมาเห็นเข็มเทอร์โมมิเตอร์ชี้ไปที่ ๑๓ องศา พอใกล้บ่ายโมงยามเดินออกไปทานอาหารกลางวันญี่ปุ่นที่ร้าน sapporo ร้อนขึ้นเป็น ๒๓ องศา ช่วงเข้าฤดูร้อนของที่นี่ ดวงอาทิตย์จะเริ่มส่องแสงประจำวันตั้งแต่ หกโมงเช้าและกว่าจะลาลับฟ้าไปก็เกือบ สองทุ่ม และช่วงเดือนหน้าก็จะเป็นช่วงเวลาที่ เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบอร์ก สว่างทั้งคืน เรียกกันว่า white night เมื่อเขียนถึง white night ก็นึกถึงคำหนึ่งคำที่ผู้ใหญ่ที่ผมนับถือท่านหนึ่งกล่าวเป็นข้อคิดไว้ว่า การรักษาศีลห้า เป็นกรอบที่ถูกต้อง แต่เพื่อให้ชีวิตประจำวันบางช่วงผ่านไปด้วยดี บังเกิดความสำเร็จแบบ win win ก็ต้องมี white lie กันบ้าง ความหมายของคำว่า white lie ก็คือ มุสาสร้างสรรค์ นั่นเอง

    ในช่วงฤดูกาลนี้เดินทางไปไหนๆ ก็จะมองเห็นต้นไม้เริ่มผลิใบ เมื่อวานเดินผ่านเฉียดๆตลาดนัดชุมชนแถวสถานีรถไฟไฟใต้ดิน Sukharevskaya ก็เห็น ผู้คนสนใจซื้อซองเมล็ดพันธุ์พืชไม้ดอก เพื่อไปปลูกลงกระถางเพิ่มสีสัน ตกแต่งหน้าบ้านตัวเองให้สวยงาม และ ตามสวนหย่อมของถนนสายหลักก็จะเห็นมีเจ้าหน้าที่ทางการนำไม้ประดับโดยเฉพาะ ต้นทิวลิป หลากสีมาปลูกกันแล้ว นับว่าเป็นช่วงเวลาของปี ที่คนรัสเซีย มีความสุข เพราะนอกจากสภาพแวดล้อมทั่วไป จะมีสีสัน สวยงาม และมีสายเดี่ยวเดินไปมาให้เห็นทั่วไปแล้ว สภาพการจราจรในช่วงนี้ก็ดีกว่าช่วงฤดูหนาวมาก ผู้คนล้วนยิ้มแย้มแจ่มใสอารมณ์ดี เป็นช่วงเวลาที่คนรัสเซียลาพักผ่อนกัน เพื่อท่องเที่ยวในประเทศเขาเองด้วย ขณะเดียวกันก็เป็นช่วงเวลาที่จะมีคณะต่างๆจากเมืองไทย มาเยือน เพื่อดูงานแบบซึ่งหน้าหรือบังหน้ากันเป็นจำนวนมาก และเป็นหน้าที่ของสถานทูตที่จะต้องช่วยติดต่อประสานกับทางการของรัสเซียจัดทำกำหนดการ แต่ในทางปฏิบัติแล้วในช่วงอากาศดีๆอย่างนี้ นอกจากจะไม่ใช่เวลาที่ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายรัสเซียอยากจะรับรองแขกแล้ว ได้ยินว่าบางคณะดูงานบังหน้าของเรายังไม่ให้ความสำคัญเรื่องเวลาที่นัดหมาย ก่อให้เกิดทัศนคติไม่ดีต่อฝ่ายต้อนรับอีกด้วย

    ผมเคยมีงานทำประจำติดต่อกันมา ๓๕ ปี ยามนี้เมื่อได้ตัดสินใจมาเป็นผู้ติดตามเต็มขั้น ก็จะไม่คิด บวก คิด ลบ อะไรอีกแล้ว ต้องทำตัวรับกับการเปลี่ยนแปลงในชีวิตครั้งใหญ่ให้ได้ ผมพยายามทำตัวไม่ให้มีเวลาว่าง จะได้ไม่มีเวลามาคิดฟุ้งซ่าน ตั้งใจจะใช้ทุกเวลาให้มีสาระ ตอนนี้ดีใจมากที่ได้รับมอบหมายให้เขียนบทความลง เวบไซด์ของสถานทูตฯ (www.thaiembassymoscow.com) นับว่าตรงใจ ตรงกับนิสัยชอบอ่านหนังสือ ที่จำเป็นต้องอ่านให้รู้ เพื่อย่อยแล้วนำมาเสนอในรูปแบบของตัวเอง บทความแรกเป็นภาคบังคับ ที่ถูกอู๊ดกำหนดไว้แล้ว ว่าให้แปลวิธีการปรุง เนื้อ beef stroganoff จากตำรากับข้าวรัสเซีย ๒ เล่ม อ่านดูตำราต้นฉบับแล้ว เนื้อหาไม่มากมาย เพียงแต่มีกติกาว่า ผมจะต้องลงมือปรุงตามตำราที่ แปลด้วยตนเอง และ ชิมรส เพื่อให้แน่ใจว่า สูตรและส่วนถูกต้องเสียก่อนที่จะ down load ลงใน web site ของสถานทูตต่อไป นอกจากนี้ ในโอกาสที่ได้เข้าพบรายงานตัวกับท่านทูตฯ ท่านก็เปรยๆว่าอยากผมให้เขียนสารคดีเรื่องเกี่ยวกับปลาในรัสเซียอีกด้วย เช้าวันก่อนก็เลยแวะตลาดสดเคียฟ (Kiev) ซื้อปลา trout (กิโลละ ๒๕๐ รูเบิล) และ sturgeon มาอย่างละตัว กลับถึงบ้านตอนเย็นก็ทดลองชุบแป้งทอดปลา trout (ให้คนขายชำแหละเป็น fillet )แล้วราดด้วยน้ำเปรี้ยวหวาน ใส่แอบเปิ้ลเขียวซอยแทนมะม่วง รสชาติไม่แพ้ปลาสำลีแดดเดียวเลยทีเดียว ส่วนเจ้า sturgeon นั้นเท่าที่อ่านพบในหนังสือ ในรัสเซียมีอยู่ด้วยกัน ๗ ชนิด แต่ละชนิดก็มีขนาด หน้าตาแตกต่างกัน คนรัสเซียนิยมนำมาประกอบอาหารทั้งทานสด ทอด ต้ม รมควัน ทำซุป แต่เจ้า sturgeon ที่ลองของหลับหู หลับตาซื้อมานั้น เป็นชนิดที่มีขนาดเล็ก ตัวดำ มีชื่อเป็นรัสเซียว่า สะเตเรียก้า (กิโลละ ๓๒๐ รูเบิ้ล) ให้คนขายปลาชำแหละ หั่นเป็นชิ้น เมื่อวานนี้ นำมาล้างทำความสะอาด ก่อนเก็บเข้าช่องแช่แข็งในตู้เย็น ก็สังเกตว่าเป็นปลาที่มีเมือกมาก ทำให้เชื่อไว้ก่อนว่าเจ้าปลาชนิดนี้จะต้องคาวจัดแน่นอน ต้องนำมาปรุงโดยผัดกับเครื่องแกง แบบปลาดุก แต่จนบัดนี้ยังไม่ได้ทดลองลงมือเลย ไว้เมื่อทำแล้วชิมดูแล้วผลประการใดจะเขียนมาเล่าแน่นอนนะครับ

    สำหรับเรื่องราคาปลาทั้งสองชนิดที่ซื้อมานั้นน่าจะค่อนข้างสูงสำหรับคนรัสเซียทีมีเงินเดือนตามอัตราแรงงานขั้นต่ำที่ทางการกำหนด (มีประกาศเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำจากเดือนละ ๘๐๐ รูเบิล เป็น ๑,๐๐๐ รูเบิล มีผลตั้งแต่ ต้นเดือน พ.ค.นี้เอง) ส่วนเงินเดือนของข้าราชการระดับกลางจะอยู่ที่ ๑๐,๐๐๐ รูเบิล ในขณะที่ค่าครองชีพในกรุงมอสโกนั้นต้องมีรายได้ ๔,๒๐๐ รูเบิ้ล ขึ้นไปจึงจะอยู่รอดได้ อัตราค่าครองชีพที่ว่านั้นไม่ได้คิดรวมค่าที่พักอาศัย เพราะส่วนใหญ่รัฐจะจัดเป็นสวัสดิการให้ อัตราแลกเปลี่ยนในปัจจุบัน ๑ USSD= ๒๖.๕ รูเบิล หรือ ๑ รูเบิ้ลประมาณ ๑.๖๐ บาทเรื่องปากท้อง ผมยังอยู่ในขั้นตอนจดจำบันทึกไว้ก่อนเรื่อยๆเพื่อจะได้มานำเสนอในโอกาสต่อไป

    เมื่อวันพุธมีโอกาสได้ร่วมรับทานอาหารเย็น ที่ท่านทูตฯจัดรับรองให้คณะของท่านอาจารย์ นรนิติ เศรษฐบุตร ปัจจุบันท่านเป็นเลขาธิการ สถาบันพระปกเกล้า ท่านเป็นหัวหน้าคณะเดินทางมาร่วมกับรองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่อาวุโสจากกรมศิลปกร และจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อหารือกับทางการรัสเซียถึงความเป็นไปได้ที่จะทำโครงการฟื้นฟูสัญลักษณ์ไทยในรัสเซีย ที่พระราชวัง Petershof เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก โดยทั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คนรัสเซียและคนชาติอื่นที่ได้มาเห็น ได้รู้จักประเทศไทยมากขึ้นด้วย

    ช่วงวันที่ ๙ – ๑๒ พ.ค. มีอดีตที่ปรึกษาการท่องเที่ยวฯที่เกษียณอายุแล้ว เดินทางมาร่วมงาน Thailand Exhibition และจะเป็นแขกมาพักที่บ้านด้วย หากบังเอิญเป็นช่วงซ้อนกับคณะของอาจารย์เครือวัลย์ สมณะ ที่ปรึกษารมว.กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่เพื่อนรักฝากให้ช่วยดูแลเป็นไกด์นำเที่ยวด้วย แต่ก็คงจัดแบ่งเวลาให้กันได้ การได้รับแขกแม้จะแปลกหน้า ไม่เคยทำให้ผมกับอู๊ดรู้สึกลำบากใจเลย ในอดีตที่ผ่านมา ท่านที่แปลกหน้าแบบนี้แหละ หลายๆท่านยังคบหาเป็นเพื่อนเป็นมิตรที่ดีต่อกันสืบเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้

    ช่วงระหว่าง วันที่ ๖ – ๑๗ เดือนมิถุนายน อู๊ดต้องทำหน้าที่แทนท่านทูตฯ นำคณะนักเขียนบทความ ผู้สื่อข่าว ผู้จัดทำรายการสารคดี จากประเทศรัสเซียและยูเครน รวม ๒๐กว่าชีวิต ไปเยือนประเทศไทย เนื่องในโอกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่งจะถ่ายทำกระบวนเรือพระราชพิธี และเที่ยวชม จังหวัดต่างๆในประเทศไทย ทั้งนี้ในช่วงเวลาใกล้เคียงกันท่านทูตได้นำผู้สื่อข่าวอีกคณะหนึ่งเดินทางไปภายใต้โครงการ “เที่ยวไป ชิมไปทั่วไทย กับ ทูตไทย” ซึ่งทั้งสองโครงการเป็นโครงการที่บูรณการร่วมกันของทุกฝ่ายแบบทีมไทยแลนด์ โดยมีการท่องเที่ยวฯ และ การบินไทยให้การสนับสนุนด้วย เมื่อเดินทางกลับมาก็มีเป้าหมายที่จะเผยแผ่ทั้งทางโทรทัศน์ และจัดทำหนังสือ ให้คนรัสเซียและประเทศใกล้เคียงได้รู้จักประเทศไทยมากขึ้น ก็จะมีส่วนปรับดุลย์ การค้า ระหว่างไทย-รัสเซีย ปัจจุบันที่เราเสียเปรียบอยู่ในอัตราส่วน ๓ ต่อ ๑๖ ให้ดีขึ้นด้วย ในช่วงเวลาสิบกว่าวันนี้ อู๊ดเขาก็เกรงว่าผมจะยังไม่แกร่งพอที่จะอยู่รอดได้ตามลำพังคนเดียวที่นี่ได้ ก็เลยกำลังหาตั๋วการบินไทยราคามิตรภาพ บินกลับไปกรุงเทพฯด้วย

    อ่านบทความอื่นๆในหมวดท่องเที่ยว: บทความทั้งหมด >>>
    
     
    กรุงเทพมหานคร
    มอสโก
    เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก
    วลาดิวอสต็อก
    เคียฟ
    เยเรวาน
    อัลมาตี
    ทาชเคนท์
    Москва информер погоды
    Банкок информер прогноз погоды
    เรื่องเด่น
    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเยือนรัสเซีย
    บทความ
    บันทึกลับผู้ติดตาม : ตอนที่ ๑

    โดย นายโตสตอย ช้างเท้าหลัง
    ๒๙ เมษายน – ๕ พฤษภาคม ๒๕๔๙  ผมเดินทางออกจากท่าอากาศยานกรุงเทพฯด้วยเที่ยวบิน TG 974 เครื่องออกตามเวลา ๑๐.๒๕ น ...
    การส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ-การค้าระหว่างไทยกับกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียกลาง

    โดย วัฒนะ คุ้นวงศ์
    เอกสารสำหรับงานสัมมนาเรื่องกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียกลาง กระทรวงการต่างประเทศ วันที่ 5 มิถุนายน 2549 1. สถา ...

    *** สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก ขอสงวนลิขสิทธิ์ในงานเขียนและงานแปลทุกชิ้น ***

    Copyright © 2008-2012 Royal Thai Embassy. All Rights Reserved.