Home
РУССКИЙ   IN ENGLISH    ประกาศ: Announcement by the National Legislative Assembly on the Invitation for the Ascension of the Heir to the Throne ** รัฐบาลไทยโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ขอเชิญลงนามน้อมเกล้าแสดงความอาลัยถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพลอดุลยเดช ** พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยและสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วันที่ 15 ตุลาคม 2559 เวลา 23.30 น. ** กิจกรรมสอท.: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก จัดงานเลี้ยงรับรองวันกองทัพไทย ** การจัดงานพิธีสตมวารของ สอท. ณ กรุงมอสโก เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ** ข่าว: ตารางแสดงวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรรและราคากลาง (ราคาอ้างอิง) ในการจัดซื้อจัดจ้างที่มิใช่งานก่อสร้าง ** The Royal Rainmaking **
Home
  • ความสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย
  • สถานเอกอัครราชทูต
  • พื้นที่ในความรับผิดชอบ
  • สถานกงสุลในรัสเซียและ CIS
  • กิจกรรมสถานทูต
  • ข่าวและข้อมูลที่น่าสนใจ
  • ฝ่ายกงสุล
  • การศึกษารัสเซีย
  • ดาวน์โหลดเอกสารและแบบฟอร์ม
  • ข่าวงาน

  • 















    ติดต่อเรา
    Bolshaya Spasskaya 9
    Moscow 129090, Russia

    โทร: +7495 608-0856
    หมายเลขฉุกเฉิน:
    +๗๙๑๖ ๙๓๙-๒๑๕๕
    แฟกซ์: +7 (495) 690 - 9659

    รายละเอียดและแผนที่ >>>

    โปลิศที่รัก - สอท. ณ กรุงมอสโก : โปลิศที่รัก - สอท มอสโก

    รวมบทความ / สังคม /

    โปลิศที่รัก

    ภัทรัตน์ หงษ์ทอง
    1 มีนาคม 2550

    ใครบ้างไปรัสเซียหรืออยู่รัสเซียแล้วไม่เคยได้ยินกิติศัพท์หรือมีอันต้องพานพบกับคุณตำรวจของรัสเซีย ท่าจะยากส์ส์!!

    กิตติศัพท์ของตำรวจรัสเซียเป็นที่กล่าวขวัญกันดี คนทั่วไปอาจจะมีภาพวาดไว้หลากหลาย ตัวใหญ่ ไว้หนวด ดุเดือด ข่มขู่ ตรวจแหลก บางคนอาจจะพาลไปคิดถึงว่าท่าทางเหมือนหน่วยสืบราชการลับหรือเคจีบีอันลือชื่อ ฉะนั้นสำหัรบคนที่เมื่อต้องไปอยู่ที่รัสเซีย ความรู้สึกเมื่อได้ยินน่ะหรือ หลีกได้ก็หลีกไปอย่าเจอกันจะดีกว่า ไม่ได้มีความรู้สึกอบอุ่นใจเลยเมื่อเห็นตำรวจ ไม่ว่าจะเดินตามริมถนนหรือขับรถ เมื่อใดที่สายตาปะทะกับตำรวจ ความรู้สึกแรกคือ สำรวจตัวเองทันที เอ๊ะ เราทำอะไรผิดหรือเปล่า..ชักไม่แน่ใจ..ทั้งๆ ที่เราว่าเราเป็นคนดี และนับหนึ่งถึงสิบรอว่าเขาจะเรียกเรามั๊ย พอผ่านไปแล้วก็ เฮ้อ โล่ง…

    ทำไมเป็นอย่างนั้น ทั้งๆ ที่ตำรวจไม่ว่าที่ไหนควรจะเป็นมิตรของประชาชน ..อยู่ไปนานๆ ชักเริ่มเป็นโรคไม่ไว้ใจตำรวจเข้าไปทุกที จนต้องตั้งสติหันกลับมาคิดในทางบวก ต้องเชื่อมั่นว่าตำรวจรัสเซียดีๆ ก็คงมีมาก ที่ไม่ดีซึ่งก็มีเยอะ น่าเขาไม่ดีก็เพราะเขาคงมีเหตุผล คำถามว่าทำไมคงเป็นเรื่องที่ไม่สามารถมีคำตอบได้ เอาเป็นว่าแล้วแต่ใครจะเจอคุณตำรวจแบบไหน ดวงใครดวงมันจะสบายใจกว่า

    แต่ที่แน่ๆ หากได้ใช้ชีวิตในรัสเซีย ไม่ว่าจะในฐานะใด จะไปเที่ยว ไปเรียนหนังสือ ทำงาน ก็แล้วแต่ รับรองว่าต้องได้สัมผัสตำรวจรัสเซียกันบ้าง และเพื่อเป็นอุทาหรณ์เล่าสู่กันฟังให้เห็นว่าตำรวจรัสเซียนั้นใกล้ชิดกับประชาชนขนาดไหน ก็ขอเล่ากรณียอดฮิตที่เจอะเจอประจำให้ฟัง (เอามันส์)

    1. ถูกขอตรวจบัตรประจำตัวประชาชน: กรณีนี้คนเดินดินมีสิทธิ์เจอบ่อยกว่าคนอื่น โดยเฉพาะหากได้ไปในสถานที่จอแจหรือสถานีรถไฟใต้ดิน หรือแถวย่านจัตุรัสแดงนั่นก็ใช่ย่อย นั่นเดินมาแล้ว พุงเป้าเข้าหาเราแน่ กรณีนี้ ยืนยิ้มไว้รอได้เลย ประโยคคลาสสิคที่จะได้ยินจากคุณตำรวจคือ “Document!!!… บังเอิ๊ญบังเอิญภาษารัสเซียและอังกฤษสำหรับคำว่าเอกสารนี้เกิดเป็นคำเดียวกัน ออกเสียงเหมือนกัน ฉะนั้น จะทำหน้าตาเหรอหราบอกว่าไม่เข้าใจไม่ได้ จงยื่นหลักฐานที่แสดงว่าเราอยู่ในประเทศนี้อย่างถูกต้องตามกฎหมายให้เสียแต่โดยดี โดยทั่วไปไม่มีปัญหาจะปล่อยเราแต่โดยดี มากหน่อยก็วันทยาหัตถ์เป็นการขอบคุณสำหรับความร่วมมือ แต่หากดวงซวยก็อาจจะเจอแบบข่มขู่กรรโชก ไล่บี้จะเอาเงินจากเราให้ได้ หาว่าไม่มีนั่นไม่มีนี่ซึ่งเราผู้เป็นต่างชาติย่อมจะฟังไม่เข้าใจ ยื้อไปยื้อมา ขอตรวจดูกระเป๋าตังค์ ในที่สุดก็ขอเงินจากเราไปดื้อๆ แบบนี้คือเขาเอาเราแน่ แม้เราจะบริสุทธิ์ โชคร้ายสุดๆ ที่มีมาแล้วคือการถูกเชิญเอาไปสอบสวนในรถตู้ที่จอดซ่อนอยู่ในบริเวณนั้นหลังจากพูดกันไม่รู้เรื่อง อันนี้มีสิทธิ์ถึงขั้นซ้อม และเจ็บช้ำทั้งกายและใจมากที่สุด

    เรื่องขอตรวจเอกสารนี่เป็นเรื่องที่น่าเบื่อหน่ายสำหรับคนดีๆ ประพฤติตัวถูกต้องตามกฎหมายอย่างพวกเราเป็นอันมาก เพียงเพราะเราโชคร้ายเกิดมาหน้าตาเป็นคนเอเชียไปละม้ายกับบรรดาพวกเอเชียกลางหรืออพยพลักลอบเข้าเมืองก่อปัญหาในสายตาเขา เราก็ต้องตกเป็นเป้าจำเลยมาตั้งแต่ภาพลักษณ์แล้ว และเมื่อยามที่เขาอยากจะตรวจหลักฐานเราเขาทำได้ทุกอย่าง ทำได้แม้กระทั่งว่า….

    วันหนึ่งในหน้าร้อน บรรดาผองชาวไทยหน้าตามีตังค์อย่างพวกเรายืนอยู่ริมถนน สะพายไม้เทนนิสกันทั้งสี่คน แต่งตัวก็ดูเป็นนักกีฬามาก ใส่ Nike หรืออย่างต่ำก็ Adidas กระเป๋าอุปกรณ์กีฬาก็อย่างเท่ห์สุดๆ ยืนรอเรียกแท๊กซี่ คิดว่าวันนี้เด่นจริงๆ หารู้ไม่ว่าระหว่างนั้นแท๊กซี่ที่ไม่ได้รับเชิญก็ปราดเข้ามาเทียบพร้อมกับคุณตำรวจเสื้อสีฟ้าหม่นใส่หมวกดำคาดสีแดงก็ก้าวออกมายืนสั่งเสียงเข้มตามสไตล์ “Document!!” อ้าวมาจากไหนล่ะเนี่ย.. โดยอัตโนมัติ คนดีๆ อย่างเราก็จัดแจงเปิดกระเป๋า ส่งบัตรประจำตัวให้ดูเสียแต่โดยดี ไม่ต้องสั่งรอบสอง เพราะยังมึนอยู่ จนคุณตำรวจยืนทำมือวันทยาหัตถ์ถอยก้าวออกไปขึ้นรถอย่างเงียบๆ นั่นแหละจึงเหลือไว้แต่พวกเราที่ยืนงงเป็นไก่ตาแตก คิดได้ไงนี่กลางวันแสกๆ ทุกคนมีไม้เทนนิสถืออยู่ในมือท่าทางส่ออาการมิจฉาชีพหรือลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายยังไงนี่ ออกจะดูดีปานนี้…หรือเขาคิดว่าเราไปขโมยไม้เทนนิสใครเขามั๊ง เพราะกีฬาเทนนิสเป็นกีฬาสุดหรูเฉพาะผู้มีอันจะกินในรัสเซียเท่านั้น เฮ้อ!! เลยได้แต่ปลง แต่พอได้นั่งรถแท๊กซี่ที่แวะรับ และคนขับรถเริ่มหันมาถามด้วยภาษารัสเซียว่าเวียดนามหรือ เท่านั้นแหละถึงบางอ้อ…ต้องกลับไปส่องกระจกดูหน้าตัวเองดีกว่า…ดำๆ อย่างเรานี่เป็นเวียดนามไปได้ไง มิน่าล่ะตำรวจถึงเพ่งเล็ง!!

    อีกคราหนึ่ง กลางคืนในหน้าหนาว ยืนรอแท๊กซี่ริมถนนใหญ่กว้างแปดเลนหนาวจนตัวสั่น หิมะกองเต็มสองข้างทาง ฟ้ายามหน้าหนาวนั้นมืดมิดไปแล้วตั้งแต่สี่โมงเย็น รถราวิ่งกันคับคั่ง แท๊กซี่ก็ไม่มีคันไหนรับ พอพักเดียวเห็นรถตำรวจผ่านไป ทุกคนที่ยืนอยู่หันมามองหน้ากันโดยอัตโนมัติ เสียงหนึ่งเปรยว่า “คอยดูเดี๋ยวพี่เขาถอยกลับมาแน่” เสียงหนึ่งบอกว่า “จะบ้าเหรอ เขานั่งอยู่ในรถ และมันก็ขับผ่านไปแล้ว และมืดออกอย่างงี้จะยังมาเห็นว่าเราเป็นคนต่างชาติมาตรวจอีกเหรอ” ไม่ทันขาดคำ เท่านั้นแหละ รถเก๋งของคุณตำรวจที่นั่งกันมา 3 คน ก็ถอยหลังปรู๊ดย้อนกลับมา คะเนว่าผ่านพวกเราไปไกลกว่า 50 เมตรแล้ว ถอยกลับมาจอดหน้าพวกเราแบบเป๊ะจริงๆ และนายหนึ่งก็ลงมาด้วยวาจาศักดิ์สิทธิ์เหมือนเดิม “Document!!” พวกเราคนหนึ่งยืนเอกสารประจำตัวให้ด้วยความสุดหน่าย.. ด้วยหลังจากผ่านการถูกเรียกตรวจมานับครั้งไม่ถ้วน ความโมโหก็กลายเป็นความเบื่อหน่าย อยากให้ทำอะไรก็ทำ ตำรวจไปแล้ว แต่พวกเรายังยืนขาแข็งมือชารอเรียกรถแท๊กซี่กันต่อไป เหตุการณ์ตำรวจเรียกวันนั้นย้ำเตือนให้รู้ว่า หนาวกายภายใต้ลบสิบห้าองศายังไม่เท่าความร้อนที่พุ่งสูงปรี๊ดตามอุณหภูมิในร่างกายเกิดมาจากความเจ็บใจ…ฮึ่มเกิดเป็นชาวเอเชียหน้าตากระเหรี่ยงอย่างเราๆ.. มืดๆ แท้ๆ ขับผ่านไปก็แล้ว ดูสิยังอุตส่าห์ย้อนถอยกลับมาจนได้ ….

    2. ขอดูใบขับขี่ยามขับรถ: กรณีนี้เป็นเรื่องที่คนต่างชาติที่คิดจะขับรถในรัสเซียต้องทำใจ และเป็นเรื่องที่หลายคนถอดใจ จ้างคนขับรถรัสเซียเป็นส่วนตัวและประจำไปเลย เพราะไหนจะต้องระวังกับกฎระเบียบจราจรที่บ่อยครั้งก็เป็นความจราจลเมื่อมีการซ่อมปรับปรุงถนน สับเปลี่ยนเลนเมื่อเลนมีการบานและหุบ วันเวย์ หรือความงงงวยจากป้ายบอกทางที่มีแต่เป็นภาษารัสเซียเป็นหลัก แต่ข้อกังวลที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือแล้วจะทำอย่างไรเมื่อตำรวจเรียก มองไปทางไหนก็มีแต่ความเสี่ยงทั้งนั้น เมื่อไม่มีทางเลือกและต้องขับรถก็ต้องเสี่ยงเจอ…หาไม่อาจจะเจอแบบกรณีแรกที่กล่าวไปแทน และเมื่อขับรถก็จะได้เจอสมใจ

    ข้อหาคลาสสิคเวลาคุณตำรวจเรียกยามขับรถบนท้องถนน คือ ทำผิดกฎจราจรในรูปแบบต่างๆ เช่น

    • เมาหรือเปล่าพี่ (ก็แน่ละสิ เพิ่งออกมาจากงานเลี้ยงรับรอง ก็พี่เล่นดักรอจับหน้าโรงแรมอย่างนั้น ก็ได้กลิ่นแอลกอฮอล์ทุกคนแหละ)
    • คุณขับรถเกินพิกัดความเร็วนะ (มีเครื่องมือจับความเร็วด้วยนะ พร้อมหยิบขึ้นมาโชว์ด้วยความภูมิใจ เออ…เกินไปจริงๆ แหละ) 
    • เลี้ยวกลับรถผิดที่ จอดรถผิดทาง (อ้าว ก็อ่านภาษาไม่ออกนี่นา แล้วเห็นรถมาเฟียก็ทำกันเต็มไปหมด อย่างเป็นมาเฟียบ้างนี่นา) 
    • บางทีแม้กระทั่งมาหาว่าป้ายทะเบียนรถสกปรกคลุกฝุ่นคลุกโคลนจนมองไม่เห็นตัวเลขบนป้าย (ก็แหงล่ะสิ เล่นดักจับยามกลางคืนเวลาหลังฝนเพิ่งตกหรือหิมะเพิ่งละลายน้ำขี้โคลนดำๆ ฉีดใส่ป้ายอย่างสนุสนานและมืดตึ๊ดตื๋อออกปานนั้น ยังไงก็ไม่มีทางเห็นป้าย)

    แต่ที่ได้ลุ้นระทึกที่สุดที่โดนคุณตำรวจเรียกคือ บ่ายวันหนึ่งมีอันต้องขับรถท่ามกลางรถติดสุดๆ กรุงเทพฯ ยังอาย ขากลับขับรถหลงนิดหน่อยเลยจำเป็นต้องกลับรถในที่ห้ามกลับ เพราะฝ่ารถติดไปต่อไม่ไหวแล้ว เลยต่อไปจะยิ่งหลง เท่านั้นแหละ กลับรถตั้งลำได้ ก็เหลือบไปเห็นรถคุณตำรวจปราดมาประกบข้างเหล่ตามองเลยทันที ก็เล่นไปกลับรถผิดที่ต่อหน้าเขาอย่างนั้น มันท้าทายมากนะเพ่… ทำใจดีสู้เสือ เขาก็ทำไม้ทำมือจากในรถ กะว่าจะเรียกให้หยุด บังเอิญไฟเขียวสว่างได้ออกรถพอดี ใส่เลยเกียร์สี่ กะว่าจะหนีหายไปเผื่อตำรวจตามไม่ทันหรือเลิกราไป ที่ไหนได้ มองหันหลังไปยังเห็นตามมาอีก ตึ๊กๆๆๆ ใจเต้น....เอ หรือเขาเพียงจะไปทางเดียวกันกับเรา หวังว่าเช่นนั้น แฮ่ะๆๆ ไม่งั้นซวยแน่ เพราะรายการนี้ผิดกฎระเบียบจราจรจริงๆ ที่สุดฝันก็เป็นจริง คุณตำรวจพยายามโบกมือสัญญาณมาจากในรถประมาณว่าให้หยุด ฝ่ายเรากลับเร่งเครื่องต่อกลางถนนใหญ่ขนาดกว้างข้างละ 4 เลน กะชิ่งหนี หยุดไม่ได้แล้ว เป็นเรื่องแน่ ที่ไหนได้ โอ๊ย รถตำรวจสีขาวคันนั้นยังอุตส่าห์ตามมาไม่ลดละ จนผ่านไฟแดงมาได้พี่แกก็ปราดไปเทียบดักหน้าและจอดบล๊อคไว้เลย แถมลงมายืนรอโบกสัญญาณให้หยุดจอดเดี๋ยวนี้ งานนี้กะว่าต้องพูดให้รู้เรื่อง คราวนี้แก๊งซิ่งจากประเทศไทยต้องยอมจำนน ไปต่อไม่ได้แล้ว คุณตำรวจมองหน้าแบบจะกินเลือดกินเนื้อ เพราะต้องขับกวดไล่มาถึง 2 ไฟแดงกว่าจะจับได้คาหนังคาเขา พูดอะไรยาวเป็นกระบุง ฟังไม่เข้าใจก็เดาได้ว่าแจ้งข้อหา และขอดูบัตรใบขับขี่ เท่านั้นแหละ ก็เลยต้องยื่นให้แต่โดยดี และทำท่าฟังไม่รู้เรื่องต่อไป โต้ตอบใช้เฉพาะภาษาอังกฤษ เขาจะฟังรู้เรื่องไม่รู้เรื่องไม่รู้ ซื่อบื้อเข้าไว้ ความผิดนี้ใหญ่หลวงนัก เจรจากันแบบคนละภาษาไปมานานเป็นประวัติการณ์เกือบ 5 นาที ในที่สุดฝ่ายธรรมะก็ต้องพ่ายแพ้อธรรม เพราะทนความรำคาญที่พุดกันไม่รู้เรื่องไม่ไหว จำต้องปล่อยเสือลอยนวลต่อไป จะทำอะไรก็ทำไม่ได้ อะไรๆ ก็ไม่เข้าใจสักอย่าง ผลตามมาคือหัวใจเต้นไม่เป็นส่ำไปหลายยก นึกไม่ถึงว่าจะมีวันที่ถูกตำรวจรัสเซียขับรถกวดไล่กลางเมืองขนาดนี้ เผลอๆ อดคิดไม่ได้ว่า เอ...เขากำลังถ่ายทำภาพยนตร์หรือเปล่า ประมาณเจมส์บอนด์ไล่จับผู้ร้ายยังไงยังงั้นเลย เหตุการณ์ครั้งนั้น เป็นอุทาหรณ์สอนใจว่าตำรวจรัสเซียที่เขาทำหน้าอย่างเข้มแข็งตรงไปตรงมานั้นก็มีอีกมากนัก ช่างน่าชื่นใจ...

    แต่ในโลกนี้ มักจะมีอะไรสองด้านเสมอ ประสบการณ์ที่พานพบกับตำรวจตลอดมาส่วนมากจะมีแต่เรื่องชวนให้เส้นเลือดสูบฉีดโลหิตหน้าดำหน้าแดง แต่มันก็มีบ้างที่สถานการณ์จะเข้าข้างฝ่ายเราและเรื่องตลกร้ายกลายเป็นเรื่องน่ารักๆ

    วันหนึ่งหน้าร้อน ฟ้ามืดสลัว ขับรถถึงจุดทางแยกอยู่ดีๆ คุณตำรวจก็ปราดเข้ามาหาที่รถที่กำลังติดรอจังหวะเลี้ยวอยู่ ทุกคนมองหน้ากัน เริ่มแล้ว ความเซ็ง...คราวนี้มั่นใจว่าไม่ได้ทำผิดอะไรและไม่มีอะไรให้จับผิด จึงตั้งป้อมพร้อมสู้ด้วยอย่างเต็มที่ พี่แกเดินวนรอบรถตรวจสอบว่าจะแจ้งข้อหาอะไร พวกเราก็หน้าแดงด้วยความฉุนว่ามาเรียกทำไม โดยเฉพาะกลับปล่อยให้รถคันอื่นที่เป็นรถรัสเซียวิ่งผ่านลักไก่ไฟแดงไปมาต่อหน้าต่อตา ทียังงี้ไม่เห็นไปจับเขาเลย ในที่สุดหลังจากวนไปมา ส่งสายถามเพื่อนฝูงเสร็จ ก็หันมาถาม “Document !!!” มาแล้ววาจาศักดิ์สิทธิ์ เอ้า!! เอาไป อยากตรวจอยากทำอะไรก็เชิญ!! กะว่าเดี๋ยวเถอะ พร้อมจะมีเรื่องด้วยแล้ว แม้พูดกันไม่รู้เรื่องก็ตาม เจ็บใจไม่ได้ทำผิดแต่มาเรียกราวกับทำความผิดฉกรรจ์ ในความมืด ฉับพลันทันทีที่เห็นสัญชาติผู้ถือใบขับขี่ คุณตำรวจหน้าถมึงทึงพร้อมเอาเรื่องกะเหรี่ยงต่างชาติก็เปลี่ยนสีหน้า เป็นสีแดงเรื่อพร้อมกับกล่าวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มมีความสุขด้วยภาษารัสเซียแบบ broken Russian เพื่อเจตนาให้กระเหรี่ยงเข้าใจว่า “ Dva shasa Maya mama Samalot Fu Fu!!! Na Bangkoke “ พร้อมกับทำไม้ทำมือตอนคำว่า Samalot (ซามาโล้ต ฟู่ ฟู่) ให้รู้ว่าเครื่องบินกำลังบินขึ้นฟ้า พ่นลมออกจากปากฟู่ฟู่ สรุปใจความได้ว่า “ แม่ของฉันเพิ่งขึ้นเครื่องบินไปบางกอกเมื่อ 2 ชั่วโมงนี้เอง” และก็เริ่มเล่าถึงแม่ด้วยความสุขและชื่นชมประเทศไทยว่าสวยงามเหลือเกิน แม่อยากไปไทยมาก และเขาก็อยากไปบางกอกมาก...เท่านั้นแหละ...บรรยากาศขมึงตึงระหว่างคู่กรณีทั้งสองก็เปลี่ยนแปลงไปโดยฉับพลัน ฝ่ายตำรวจก็ลืมไปว่ากำลังจะหาเรื่อง ฝ่ายกะเหรี่ยงก็ลืมไปว่ากำลังพร้อมจะเอาเรื่องหากมีเรื่อง คืนใบขับขี่ให้แต่โดยดี บรรยากาศฉันมิตรหลั่งไหลมาในบทสนทนา และทั้งสองฝ่ายต่างก็ลืมไปว่า เพิ่งเมื่อครู่เดียวนี้แท้ๆ ยังพูดกันไม่เข้าใจเลย กะเหรี่ยงก็แสนปลื้มที่มีคนรักประเทศไทย ถึงช๊อตนี้ก็พูดรัสเซียกับคุณตำรวจอย่างออกรสด้วยความภาคภูมิใจแทนประเทศไทย ...อุ๊บ!!.. นึกได้ รีบขับรถบอกบ๊ายบาย ออกมาจากที่เกิดเหตุนั้นทันที กลัวค่ะว่าเดี๋ยวคุณตำรวจตุ้ยนุ๊ยนึกได้ว่าเอทำไมตอนนี้พุดรัสเซียได้ปร๋อ แล้วเดี๋ยวจะเจอข้อหาหลอกหลวงตำรวจ จะยิ่งฉกาจกรรจ์กว่า เห็นมั๊ยว่า บางทีสถานการณ์ก็เปลียนไปได้เพียงแค่พลิกฝ่ามือ หากเราจะให้เวลากันและกันและฟังกันสนทนากันสักนิด ฮ่าฮ่า...

    เรื่องตำรวจยังมีอีกมากมาย ทั้งตลกฝืดและแบบน่ารักๆ แต่เอาเป็นว่า หากได้ไปรัสเซีย ไม่ว่าจะพบตำรวจแบบไหน คาถาอมตะที่ต้องท่องไว้คือ ต้องทำเป็นไม่เข้าใจภาษารัสเซียเลย (แม้ว่าจริงๆ ไม่ต้องเสแสร้ง ก็ไม่เข้าใจอยู่แล้ว) เพราะหาไม่การสนทนากับตำรวจอาจจะยื้อไม่จบและอาจจะลงเอยด้วยการเป็นฝ่ายพลี่ยงพล้ำในที่สุด ใช้ภาษาอังกฤษให้มากที่สุดเป็นดีที่สุด แม้ตำรวจจะไม่เข้าใจ แต่ก็จะทนไม่ไหวเลิกราไปเองในที่สุด ..แต่ทางที่ดีอย่าฝ่าฝืนกฎจราจร ก็จะลดความเสี่ยงในการเจอตำรวจลงไปได้บ้าง... นี่รักดอกจะบอกให้


    ของแถม : ... ขอบอกเรื่องของ KGB สักนิด ไหนๆ ก็เล่าเรื่องตำรวจมายาว ว่า เวลานี้ หลังจากการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองมาสู่ประชาธิปไตย หน่วยเคจีบี หรือหน่วยตำรวจลับซึ่งตั้งขึ้นมาในสมัยเลนินเมื่อปี ค.ศ. 1918 มีกิตติศัพท์เลื่องลือในเรื่องความโหดร้ายทารุณนั้นได้แปรสภาพองค์กรไปเรียบร้อยแล้ว ไปถึงรัสเซียอย่าไปถามหาเคจีบีโดยเด็ดขาด เพราะเขาจะหาว่าเชย ปัจจุบันหน่วย KGB ได้ผันตัวเองเป็นหน่วย FSB หรือ Federal Security Bureau ทำหน้าที่ด้านข่าวกรองเหมือน KGB ในอดีต แต่ดูเหมือนจะมีการจัดองค์กรและกำหนดหน้าที่บทบาทอย่างตรงไปตรงมาและโปร่งใสมากกว่า ไม่ได้มีอำนาจล้นฟ้ายิ่งใหญ่และอำนาจมืดเท่ากับในสมัยสหภาพโซเวียต แต่บรรดาอดีต KGB หลายๆ คนนั้น ก็ไม่ได้มีสถานภาพต่ำต้อยลงเท่าไรหลังจากที่หน่วย KGB ถูกสลายไปพร้อมกับการล่มสลายของสหภาพโซเวียต เพราะคนเหล่านี้ก็ยังคงเป็นชนชั้น “อีลิท (elite) ของสังคมรัสเซียในปัจจุบัน ด้วยอำนาจและโอกาสที่ฉกฉวยได้มาด้วยอิทธิพลทางการเมืองและเศรษฐกิจซึ่งถูกผ่องถ่ายตกทอดต่อมาในชั่วเวลาสั้นๆ ในช่วงเวลาการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองและเศรษฐกิจ และในปัจจุบัน หากใครอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับ KGB ของรัสเซีย อาจหาเวลาไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ KGB ในตึกสีเหลืองส้มตระหง่านที่เคยเป็นสำนักงานใหญ่ KGB ที่มุมจัตุรัส Lubyanka ใจกลางกรุงมอสโก ก็น่าจะได้อารมณ์และเข้าใจคนรัสเซียโดยผ่านประวัติศาสตร์ของ KGB และเพลิดเพลินกับจินตนาการว่าในสมัยนั้นระบบของ KGB เป็นอย่างไร คุกใต้ดินที่เคยเป็นที่คุมขังและสอบสวนทรมานนักโทษที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยว่าต่อต้านรัฐบาลหน้าตาอย่างไร มาจนถึงวันแห่งแห่งความทรงจำของประวัติศาสตร์การล่มสลายของสหภาพโซเวียตในเดือนธันวาคม ปี ค.ศ.1991 เมื่อประธานาธิบดีบอริส เยลต์ซิน ได้ประกาศล้มเลิกระบอบการปกครองแบบสังคมนิยม พร้อมๆ กับที่รูปปั้นของ Felix Dzerzhinsky หัวหน้า KGB คนแรกที่เคยตั้งตระหว่านอยู่หน้าอาคาร KGB แห่งนี้ก็ถูกพลังของประชาชนที่มาชุมนุมทุบทำลายล้มลงอย่างถอนรากถอนโคนจนต้องย้ายไปเก็บไว้ที่อื่น ปล่อยให้จัตุรัส Lubyanka แห่งนี้โล้นเปลือยว่างเปล่า ราวกับเป็นเครื่องหมายตอกย้ำถึงการจบสิ้นลงของการมีชีวิตอยู่ของประชาชนภายใต้การปครองแบบคอมมิวนิสต์ที่ยาวนานมากว่า 80 ปี แต่ขอเตือนว่าคำอธิบายต่างๆ ในพิพิธภัณฑ์น่าจะเป็นภาษารัสเซียล้วนๆ ก็อาศัยจินตนาการและอ่านหนังสือไปเอง หรือไปกับกลุ่มทัวร์ที่เขามีจัดเป็นประจำ

    อ่านบทความอื่นๆในหมวดสังคม: บทความทั้งหมด >>>
    
     
    กรุงเทพมหานคร
    มอสโก
    เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก
    วลาดิวอสต็อก
    เคียฟ
    เยเรวาน
    อัลมาตี
    ทาชเคนท์
    Москва информер погоды
    Банкок информер прогноз погоды
    เรื่องเด่น
    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเยือนรัสเซีย
    บทความ
    รูดอล์ฟิโอ ตอนที่ 1

    โดย วาเลนติน ราสปูติน (เขียน)
    ก่อพงษ์ อัศวไชยวศิน (แปล)

    วันหนึ่งของฤดูใบไม้ร่วง รถรางสายหนึ่ง ..... จุดเริ่มต้นเล็กๆของเธอ....... จุดหักเหใหญ่ของเขา........ .........จุดเล็กๆของ ...
    Kultura - อารยะและวัฒนธรรม

    โดย ภัทรัตน์ หงษ์ทอง
    เริ่มต้นชื่อมาก็บอกให้รู้แล้วว่ากำลังจะกล่าวถึงอะไร…. Culture หรือในภาษารัสเซียที่เรียกว่า Kultura –คูลตูร่า- ร ...

    *** สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก ขอสงวนลิขสิทธิ์ในงานเขียนและงานแปลทุกชิ้น ***

    Copyright © 2008-2012 Royal Thai Embassy. All Rights Reserved.