Home
РУССКИЙ   IN ENGLISH    ประกาศ: Announcement by the National Legislative Assembly on the Invitation for the Ascension of the Heir to the Throne ** รัฐบาลไทยโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ขอเชิญลงนามน้อมเกล้าแสดงความอาลัยถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพลอดุลยเดช ** พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยและสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วันที่ 15 ตุลาคม 2559 เวลา 23.30 น. ** กิจกรรมสอท.: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก จัดงานเลี้ยงรับรองวันกองทัพไทย ** การจัดงานพิธีสตมวารของ สอท. ณ กรุงมอสโก เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ** ข่าว: ตารางแสดงวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรรและราคากลาง (ราคาอ้างอิง) ในการจัดซื้อจัดจ้างที่มิใช่งานก่อสร้าง ** The Royal Rainmaking **
Home
  • ความสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย
  • สถานเอกอัครราชทูต
  • พื้นที่ในความรับผิดชอบ
  • สถานกงสุลในรัสเซียและ CIS
  • กิจกรรมสถานทูต
  • ข่าวและข้อมูลที่น่าสนใจ
  • ฝ่ายกงสุล
  • การศึกษารัสเซีย
  • ดาวน์โหลดเอกสารและแบบฟอร์ม
  • ข่าวงาน

  • 















    ติดต่อเรา
    Bolshaya Spasskaya 9
    Moscow 129090, Russia

    โทร: +7495 608-0856
    หมายเลขฉุกเฉิน:
    +๗๙๑๖ ๙๓๙-๒๑๕๕
    แฟกซ์: +7 (495) 690 - 9659

    รายละเอียดและแผนที่ >>>

    Produkty : Seven Eleven ภาครัสเซีย - สอท. ณ กรุงมอสโก : Produkty : Seven Eleven ภาครัสเซีย - สอท มอสโก

    รวมบทความ / สังคม /

    Produkty : Seven Eleven ภาครัสเซีย

    ภัทรัตน์ หงษ์ทอง
    2547

    ยังจำได้เสมอว่า ในปีแรกๆ ที่ไปถึงรัสเซียนั้น มีภาพไปในใจ (ที่ใครต่อใครพยายามตอกย้ำ) แล้วว่า สงสัยคงจะเข้าคิวซื้อของกันมั๊ง ก็คิดว่าจะลองต่อสู้ดูสักตั้ง ทำใจว่าชีวิตนี้คงจะต้องลำบากแน่เรื่องหากิน แต่เสร็จแล้วไปถึงก็ไม่เห็นมีภาพอย่างว่า ไม่เห็นมีใครยืนเข้าคิวซื้อของที่ไหนกันเลย และก็ไม่เห็นแม้แต่ supermaket ขายของแบบเมืองไทยเราด้วยซ้ำ อ้าว…แล้วเวลาอยากจะซื้ออาหารการกิน สิ่งของเครื่องใช้ แบบประเภทในชีวิตประจำวันยามคับขัน เขาซื้อกันได้ที่ไหนหว่า ก็ได้แต่สงสัย คนรัสเซียเขาไปหาซื้อกันที่ไหนนะ…แล้วเราล่ะ

    แรกๆ เดินไปทางไหนก็เห็นแต่ตู้กระจกขายของตามริมฟุตบาท เล็กบ้างใหญ่บ้าง ที่ภาษารัสเซียเรียกเหมือนภาษาฝรั่งว่า Kiosk ส่วนมากจะเป็นตู้ๆ ขนาดใหญ่แบบคอนเทนเนอร์ขนาดเล็ก มีล้อและที่ต่อกับรถไว้สำหรับการลากเคลื่อนย้ายโดยเฉพาะ หน้าตู้คือกระจกกั้น สินค้าก็วางอัดไว้แน่นเอี๊ยดข้างใน ติดชื่อและราคาไว้เสร็จสรรพให้ยืนเล็งเอาว่าจะซื้ออะไร อะไรที่ไม่มีวางแสดงตัวอย่างอยู่ก็แปลว่าไม่มี โปร่งใสมาก ไม่มีการซุกแอบหลบไว้ให้รอดสายตาลูกค้าเป็นอันขาด ขายของสารพัดแล้วแต่ทำเล เป็นประมาณโชว์ห่วย แล้วแต่ว่าจะขายอะไรบ้าง บางทีก็ขายเฉพาะสินค้าบางประเภทไปเลย เช่น ขนมปังและเบเกอรี่ ผักและผลไม้ น้ำดื่มและของเมา ไม่ปะปนกัน ก็พึ่งพาอาศัยเจ้า Kiosk เล็กๆ นี่ไปสักพัก แต่ไม่ไหว เพราะไม่มีของที่ต้องการเท่าที่อยากได้ ทำไงล่ะ ต้องหาข้อมูลต่อไป…เพื่อความอยู่รอด

    สักพักก็เริ่มสะดุดตาภาษารัสเซียคำว่า Produkty อ่านว่า ปราดุ๊กตึ่ย ไม่เปิดดิกชันนารีก็เดาได้ว่ามาจากคำว่า product หรือผลิตผลแหงๆ เป็นป้ายหน้าร้านตึกแถวที่เห็นบ่อยๆ หลายๆ ที่ ส่วนมากตามย่านถนนใหญ่ หรือสถานีรถไฟใต้ดิน หรืออยู่ใกล้ๆ ในใจกลางเมืองไม่ห่างจากย่านจตุรัสเแดง แถมส่วนใหญ่ขึ้นป้ายว่า 24 ชั่วโมงเสียด้วย เอ๊ะเข้าท่า!! ดูภูมิฐานใหญ่โตเป็นร้านรวงเรื่องราวมากกว่าเจ้าคิอ๊อสก ริมถนนทางเดินที่จุ๋มจิ๋มเหลือเกิน เลยย่างสามขุมเข้าไปดูเสียหน่อยว่าคืออะไร แล้วก็ไม่ผิดหวังจริงๆๆ นี่แหละใช่เลย ร้านสะดวกซื้อแบบที่หามานาน ขายกันสารพัดตั้งแต่อาหาร ขนม นม เครื่องดื่ม ไส้กรอก ผัก ผลไม้ ไปจนถึงร้านที่เป็น Produkty ที่ขายของเฉพาะด้าน เช่นอุปกรณ์ของใช้ในครัวเรือน ถ้วยชาม กะละมัง หลอดไฟ ถ่านไฟฉาย กระดาษเทป ฯลฯ แต่ทุกร้านจะไม่ขึ้นป้ายอะไรมากไปกว่า Produkty โดยเด็ดขาด ส่วนจะขายอะไรใหญ่เล็กแค่ไหน ต้องเข้าไปดูเอาเอง ที่แนๆ ลูกค้ารัสเซียตรึม…

    และแล้วก็ลองซื้อของจากที่นี่ดู นาทีระทึกใจเริ่มมาถึง เริ่มต้นก็งงเป็นไก่ตาแตก เห็นข้าวของเยอะแยะไปหมด ทั้งที่อยู่ในตู้ ในชั้น แถมแขวนตามฝาผนัง ห้อยเกี่ยวลวด ทุกรูปแบบ เท่าที่พื้นที่ร้านจะอำนวย ตาลาย…แต่ว่าที่สำคัญ..เอ..ทำไงจะได้ของและจะพูดรู้เรื่องกันมั๊ยเนี่ย เพราะกวาดตามองไปทางไหน ก็เห็นสาวๆ (ส่วนมากสาวน้อย หุ้นท้วมๆ ) ยืนหลังตู้แบบเคาน์เตอร์กระจก ไม่มีตระกร้าให้หยิบของใส่ ไม่มีสินค้าวางไว้เยอะๆ ให้เลือกจับ ไม่เห็นมีช่องจ่ายเงินแบบ supermarket ที่เราคุ้นเคยเลย มีแต่สาวน้อยเหล่านั้นที่ยืนมอง แววตาเฉยเมย ปราศจากรอยยิ้มบนใบหน้า แต่แต่งตัวมียูนิฟอร์มประเภทผ้ากันเปื้อนและสวมหมวกคลุมทับ เสื้อผ้าข้างใน ดูเป็นเรื่องเป็นราวมีประสิทธิภาพ ไม่มีคำถามว่า “จะซื้ออะไรคะ” หลุดจากปากสีแดงอิ่มย้อยของคุณเธอสักคำ โอ…จะทำอย่างไรดี

    ที่สุด ก็เข้าเมืองตาหลิ่วก็หลิ่วตาตาม ปฏิบัติตามลูกค้าท้องถิ่นชาวรัสเซียทั้งหลาย คือต้องเดินไปใกล้ๆ ตู้กระจก จ้องเพ่งกระสินมองสินค้าที่วางเรียงรายในตู้ แหงนหน้าเบิ่งมองสินค้าที่แขวนเรียงรายตามผนัง ใช้เวลาหลายนาที ไม่ใช่อะไรหรอก อ่านชื่อสินค้าที่เขียนเป็นภาษารัสเซียแบบตัวเขียนไม่ออกค่ะ ขนาดเรียนมาเสียมาก ยังอ่านลายมือได้อย่างลำบากแสนเข็ญ เพราะตัวเขียนภาษารัสเซียนั้นมันช่างพันกระหวัดโยงใยกันได้อย่างเหลือเชื่อ แยกไม่ออกตัวไหนเป็นตัวไหน แต่ใช่ว่าอ่านออกแล้วจะรู้นะว่าเป็นอะไร ก็ไม่รู้ศัพท์อยู่ดี อย่ากระนั้นเลย เสียเวลาเปล่าๆ ในที่สุดก็ใช้ภาษาโรมันดั้งเดิมนี่แหละ คือ มือ มือค่ะมือ ชี้จิ้มกันไปเลย อยากได้อันไหน เขาก็จะชี้ตาม ถ้าไม่ใช่ก็ เนี๊ยทๆๆๆ จนถึงคำว่า ดาๆๆๆ นั่นแหละใช่เลย แล้วนาทีนั้น เราถึงจะมีโอกาสได้จับต้องยลโฉมสินค้าที่หมายปอง แต่คิดดูบางที่ของนั้นมันก็มีหลายอย่าง และมันก็วางเรียงรายถี่ยิบ ติดๆ กัน ก็ต้องเนี๊ยทๆ กันอยู่นั่นแล้วจนท้อใจกว่าจะไปถึงของที่ต้องการ และถามไถ่กันมากก็ไม่ได้ เพราะพูดกันไม่รู้เรื่อง.

    .. ยัง..ยังไม่จบ… เมื่อได้ของแล้ว ก็ไม่ใช่ว่าจะได้หยิบมาเป็นของตัวแล้วเดินไปจ่ายเงินเสียที่ไหน ก็เพิ่งรู้เมื่อป้าส่ายมือไปมาและชี้ไปที่ช่องเคาน์เตอร์เล็กๆ ที่มักจะไปหลบอยู่มุมใดมุมหนึ่งของร้านทำนองให้ไปจ่ายที่นั่น ขอบอกว่าครั้งแรกที่เจอโง่มากเลย ไม่รู้จริงๆ ว่าให้ทำอะไรต่อไป จนมีคนรัสเซียพยายามช่วยบอกว่าให้ไปบอกกับป้าที่เคาน์เตอร์จ่ายเงินว่าเท่าไร แล้วถึงจะมารับของ โอ้โฮ เป็นเรื่องสิทีนี้ จะพูดกับป้าได้อย่างไร ว่าจะเอาอะไร ราคาเท่าไร ของก็ถือไปให้ดูไม่ได้ เห็นคนรัสเซียตะโกนบอกราคากันเจื้อยแจ้ว แล้วรับกระดาษเหมือนบิลเล็กๆ ไปรับของที่จะซื้อกัน แต่เราได้แต่ยืนนิ่งเหมือนถูกสะกด เซ็งก็เซ็ง นึกในใจทำไมมันลำบากอย่างนี้นะ ที่สุดก็ต้องพยายามท่องรายชื่อสินค้าและราคาเป็นภาษารัสเซีย เพื่อจะจำไปบอกป้าตอนจ่ายเงิน ใจตอนนั้น นึกแต่ว่าอย่าสะดุดล้มนะ ไม่งั้นลืมแน่ๆ แต่ตอนหลังมาเริ่มฉลาดขึ้น ก็ใช้วิธีเอากระดาษไปเขียนตัวเลขแล้วยื่นให้ แต่ไป Produkty ทีไรก็แล้วแต่ดวงว่าไปเจอร้านไหน เจอใคร ที่แน่ๆ คือมักจะให้ได้หงุดหงิด เพราะบ่อยมากที่จะเจอป้าๆ น้องๆ ยืนคุยกันเองอยู่นั่นแล้ว ไม่ได้สนใจเลยว่าใครเขารอซื้ออะไรกันบ้าง จนต้องร้องบอกว่าฉันจะซื้อของนะ นั่นแหละเธอก็จะถอนใจแบบ เฮ้อ.. แล้วผินหน้ามาหาด้วยเครื่องหมายคำถาม พูดอะไรพึมพำ จริงๆ อาจจะด่าด้วยหรือเปล่าไม่รู้ แต่การไม่เข้าใจภาษาก็เป็นบุญ คิดเสียว่าเขาถามว่า “จะรับอะไรคะ” แต่บางทีก็เจอคนดี มีหลายหนที่จะโชคดีเจอป้าที่เคาน์เตอร์ใจดีเห็นหน้าเราบ๊องแบ๊วมาก ก็จะช่วยเหลืออดทนกับการชี้เอาสินค้าของแล้วก็ เนี๊ยทๆ ไปเรื่อยๆ แถมยังอนุเคราะห์เขียนราคาและของใส่กระดาษให้ไปที่แคชเชียร์จ่ายเงิน ก่อนที่ลูกค้าชั้นดีเงินหนาอย่างเราๆ จะต้องเดินกลับมารับสินค้า และเดินออกจากร้านอย่างสะบักสะบอม

    โอ..นี่แหละร้านสะดวกซื้อของรัสเซีย หรือจะพูดให้ถูกคงต้องบอกแบบโซเวียต ทำไมมันแสนจะไม่สะดวกแบบนี้นะ เมื่อไรนะมอสโกจะมี supermarket มาเปิดใกล้ๆ บ้านบ้าง ได้แต่คิดอยู่ทุกวันด้วยความเซ็งจริงๆ ...


    Sedmoi Kontinent

    และแล้ว เวลาที่รอคอยก็มาถึง ไม่นานเกินรอเลย หลังจากเวลาผ่านไปแค่สัก 6 เดือน ที่บ่นเรื่องซื้อของจาก Produkty ไม่นานเลยจริงๆ เดินไปตามริมถนน ก็เริ่มสังเกตเห็นว่า เริ่มมีการปรับแต่งอาคารเก่าๆ และเปิดเป็นร้านค้าแบบ Supermarket สมัยใหม่อย่างที่ฝันหา แบบ Seven Eleven เมืองไทยอย่างที่เคยหวังลมแล้งๆ จริงๆ ดีใจสุดๆ ที่ในที่สุดมอสโกก็เจริญ (ทางวัตถุ) ไปอีกก้าวหนึ่งเสียที หลงระเริงไปจ่ายกับข้าว และซื้อสิ่งของเครื่องใช้แต่ใน Supermarket แบบนี้ โดยเฉพาะ Sedmoi Kontinent (แปลเป็นไทยว่า ทวีปที่ 7 : บก.)ซึ่งเอาใจลูกค้าเมืองหลวงแบบ 24 ชั่วโมงไม่มีหยุด และใหญ่โตกว่า Seven Eleven จริงๆ เพราะมีครบตั้งแต่ของสดจนอาหารแห้ง แถมระยะหลัง ใครจะเชื่อว่ามอสโกจะมีหมดทั้งห้างขนาด Mega Shopping Mall ตามชานเมือง หรือซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ ที่ทำให้สามารถเข้าไปขลุกอยู่ในนั้นได้ทั้งวัน ช๊อปแล้วช๊อปอีกอยู่นั่น จนเจ้าของรวยแล้วรวยอีก เปิดแล้วเปิดอีกจนไม่รู้กี่แห่งตามแหล่งชุมชนชานเมืองต่างๆ


    Azbuka Vakuza


    Perekrestok

    ถึงวันนี้ ดูไปดูมามอสโกมีร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตแบบมีสาขากระจัดกระจายเต็มเมืองไปหมดประชันกันไม่น้อยกว่า 4 เจ้าใหญ่ๆ คือ Sedmoi Continent ที่กล่าวถึงไป และตามมาติดๆ คือ Ramstore ต่อด้วย Azbuka Vakuza(แปลว่า A B C Taste : บก.) และรวมไปถึง Perekrestok(แปลว่าสี่แยก : บก.) แต่ละแห่งต่างปรับแต่งโฉมหน้าทันสมัย มีความสะดวกและสิ่งของครบครัน ยึดกันคนละหัวมุมถนน เปิดตั้งแต่เช้าถึงเที่ยงคืนหรือ 24 ชั่วโมง นี่ยังไม่นับรวมไฮเปอร์มาร์เก็ตและช๊อปปิ้งมอลล์ขนาดใหญ่ที่ถูกกำหนดให้ตั้งในรัศมีห่างจากตัวเมืองออกไปในระดับประมาณ 30 กม. ส่วนมากเป็นการลงทุนโดยต่างชาติ เช่น Auchan ของฝรั่งเศส ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว สามารถขยายสาขาจาก 1 เป็น 4 สาขาในเวลาเพียงไม่ถึง 2 ปี หรือ Mega mall ทั้งสองแห่งที่ลงทุนโดย IKEA ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ระดับโลกจากสวีเดน หรือ Marktauf ของเยอรมัน และแน่นอน Ramstore เจ้าของโลโก้จรเข้สีเชียวของตุรกี และอื่นๆ อีกมากมาย


    Ramstore


    Auchan

    ความเจริญทางวัตถุเหล่านี้ได้ขยายตัวปรากฏให้เห็นเต็มตาทุกเมื่อเชื่อวันสมใจอยาก สนุกสนานกับวิถีชีวิตการจ่ายกับข้าวซื้อของตามแบบที่เคยคุ้นใน Mall ทั้งหลายตนเพลินใจ ลืมชายตาดู Produkty ไปได้สักพัก จนกระทั่ง เมื่อเวลาผ่านไปสักปีหนึ่ง เหลียวกลับมามองรอบๆ ตัว แล้วก็เริ่มได้ตระหนักว่า บัดนี้ ร้าน Produkty แบบรัสเซียที่เคยขับเคี่ยวได้อารมณ์กันมานั้น มันค่อยๆ หายไปทีละร้านสองร้าน จนแทบจะใกล้สูญพันธ์ไปจากท้องถนนมอสโกเสียแล้ว หลายร้านที่เคยไปเยี่ยมเยือนซื้อของแบบดูๆ จิ้มๆ ได้แปลงโฉมไปเป็น supermarket แบบใหม่ไปหมด หลายร้านปิดตัวเองไปเลย แถม Kiosk ริมถนนก็พลอยอพยพหายกันไปด้วย บางตาไปอย่างน่าใจหาย ความยินดีปรีดาที่เคยได้มาซึ่งความสะดวกสบายจากร้านค้าแบบใหม่ ก็เริ่มเลือนหายแทนที่ด้วยเกิดคำถามด้วยความเศร้าใจกับตัวเองหวั่นเกรงว่าวันหนึ่งคงไม่มี Produkty คู่บ้านคู่เมืองชีวิตแบบรัสเซียเหลืออีกแน่นอน มอสโกก็คงจะกลายเป็นเหมือนกับเมืองสมัยใหม่อื่นๆ ที่มีทุกอย่างถอดรูปถอดแบบกันมาจนแยกไม่ออกว่าประเทศอะไรเป็นอะไร คงคล้ายๆ กับโชว์ห่วยบ้านเราที่เจอ Tesco Lotus หรือ Carfur ตั้งประชันข้างบ้าน นั่นแหละ

    ..มันก็น่าแปลกแกใจตัวเองครามครันว่าทำไมเราถึงจะต้องรู้สึกแบบนี้ คิดทบทวนไปมาก็เห็นว่า ความใจหายที่ Produkty แบบโซเวียตมันกำลังจะหายไปบังเกิดขึ้น ก็เพราะที่จริงแล้วโดยไม่รู้ตัว Produkty ที่เคยสุดหน่ายนั้น มันให้อะไรกับชีวิตคนต่างชาติในมอสโกอย่างเราๆ อย่างไม่น่าเชื่อ เป็นรสชาติที่ไม่มีทางได้สัมผัสจากการไปซื้อของที่ Supermarket แบบสมัยใหม่ เพราะมันทำให้คนต่างชาติอย่างเราได้พบเจอคนรัสเซียและลงไปสัมผัสในสังคมพื้นฐาน (แบบที่รัฐบาลชุดคิดใหม่ทำใหม่ชอบใช้คำว่า grass root นั่นแหละ) ของชาวรัสเซีย อย่างถึงลูกถึงคน เจอคนรัสเซียอย่างหลากหลายทั้งมีน้ำใจและแบบสไตล์อะไรกันเนี่ย ได้มีโอกาสฝึกภาษารัสเซียทั้งอ่าน และพูด อย่างแบบภายใต้สภาวะจำยอม ซึ่งมันทำให้เราต้องเป็นคนเปิดกว้างและนำมาซึ่งความเข้าใจในความเป็นรัสเซียอย่างไม่มีทางเลือก และที่สำคัญมันคือวัฒนธรรมความเป็นอยู่แบบดั้งเดิมแบบรัสเซียก่อนที่ความเป็นตะวันตกนี้จะเข้ามา..ซึ่งทั้งหมดนี้ ที่ฟันฝ่าและสัมผัสกันมา มันเป็นเสน่ห์ที่ไม่มีทางหาได้ในโลกทันสมัยยุคใหม่ และเป็นรสชาติของชีวิตที่ความสะดวกสบายไม่เคยสอนได้

    ภาพการซื้อและขายของแบบ Produkty ของรัสเซียนี้นับวันคงจะค่อยๆ เลือนหายไป อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ Produkty แบบเชยๆ ล้าสมัย คงต่อกรกับร้าน supermarket ยุคใหม่ไม่ไหว แม้จะน่าใจหาย แต่บางทีมันก็เป็นสัจจธรรมที่ต้องยอมรับพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงที่นำมาซึ่งของใหม่ๆ บางทีต่อนี้ไป หากใครก็ตามได้ไปเยือนรัสเซีย ก็อย่าคิดว่าจะยังได้เห็น produkty ที่พูดถึงนี้ง่ายๆ อีกแล้ว หากอยากจะดูและสัมผัสจริงๆ อาจจะต้องออกไปชานเมืองหรือซอกหลืบแคบๆ ของกรุงมอสโกแทน…

    แต่ไม่ต้องกลัว ไม่ว่า Produkty แบบโซเวียต จะยังอยู่หรือค่อยๆ หายไป ร้านค้าแบบ supermarket สมัยใหม่จะมาแทนที่อย่างหนาตาอย่างไรก็ตาม แต่สิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้เลยว่า คงจะใช้เวลาอีกนานกว่าจะหายไปจากการต้องไปซื้อของในรัสเซียไม่ว่าจะเป็นร้านแบบไหนก็ตาม…คือใบหน้าเฉยเมยชืดชาไร้รอยยิ้มของพนักงานขาย… มันคงจะเป็นภาพลักษณ์ของคู่บ้านคู่เมืองเมื่อพูดถึงรัสเซียที่ประทับอยู่ในใจไปอีกนานอย่างแน่นอน.. อาคารสถานที่อาจจะเปลี่ยนแปลงให้ทันสมัยได้เร็วเท่าไรก็ได้ แต่ความคิด จิตใจ และวัฒนธรรมที่สั่งสมกันมามันหยั่งรากลึกยาวนาน ลงไปในสายเลือดและวิญญาณ.. และคงอีกนานที่จะแปรเปลี่ยนไป… ฮึๆๆๆ..

    หมายเหตุจากบก.
    พี่แป้ง เขียนบทสารคดีนี้ ราวปี 2547 เป็นต้นไป เมื่อตลาดในกรุงมอสโกทั้งเมืองเปลี่ยนจากความเป็นร้านค้าแบบโซเวียตไปสู่ความเป็น supermarket แบบตะวันตกแบบถูกถลกหนัง มันเป็นการถลกหนังทางวัฒนธรรมที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตของคนรัสเซีย ที่คนรัสเซียรุ่นจากนี้ต่อไปจะเห็นภาพนั้น ก็แต่ในงานนิทรรศการภาพถ่ายชีวิตมอสโกเมื่อวันวาน เท่านั้น

     

    อ่านบทความอื่นๆในหมวดสังคม: บทความทั้งหมด >>>
    
     
    กรุงเทพมหานคร
    มอสโก
    เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก
    วลาดิวอสต็อก
    เคียฟ
    เยเรวาน
    อัลมาตี
    ทาชเคนท์
    Москва информер погоды
    Банкок информер прогноз погоды
    เรื่องเด่น
    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเยือนรัสเซีย
    บทความ
    เศรษฐีรัสเซีย ก่อนที่จะมาสยายปีก ตอนที่ 3

    โดย นายลี้ เต้าฮวย
    อ่านตอนที่ 1 และ 2 ไปแล้ว เดี๋ยวจะเกิดข้อสรุปกันว่า คนรัสเซียจะขึ้นมาเป็นเศรษฐีได้ ต้องเป็นมาเฟียกันก่อนเท ...
    ชีวิตหลังคาเฟ่...

    โดย ภัทรัตน์ หงษ์ทอง
    เมื่อก่อนเคยได้ยินแค่คนเปรียบเทียบชีวิตชาวรัสเซียไว้ว่าเป็น “ชีวิตหลังม่านเหล็ก” ก็ชวนให้คิดไปว่าน ...

    *** สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก ขอสงวนลิขสิทธิ์ในงานเขียนและงานแปลทุกชิ้น ***

    Copyright © 2008-2012 Royal Thai Embassy. All Rights Reserved.