ทรัพยากรธรรมชาติ - สอท. ณ กรุงมอสโก :
เกี่ยวกับสหพันธรัฐรัสเซีัยทรัพยากรธรรมชาติประเทศรัสเซียมีทรัพยากรธรรมชาติต่างๆมากมาย และมีความหลากหลายของแร่ธาตุวัตถุดิบใต้พิภพ ใต้พื้นที่ของรัสเซียมีการสำรวจพบแหล่งแร่น้ำมันและพลังงานต่างๆนับหลายพันแห่ง ถ่านหิน น้ำมันดิบ ก๊าซ แร่อินทรีย์ เทอร์มอล แร่เหล็กทั้งดำ สี และแร่เหล็กหายากชนิดต่างๆ ทองคำ เพชร และธาตุอื่นๆอีกมากมาย
รัสเซียครอบครองแหล่งแร่ถ่านหินและแร่อินทรีย์มากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนทั้งหมดในโลก นอกจากนี้ รัสเซียยังเป็นเจ้าของ
- 1 ใน 3 ส่วนของปริมาณน้ำมันธรรมชาติและก๊าซ ในโลก
- 2 ใน 5 ของแร่เหล็กในโลก
- 2 ใน 5 ของโพแทสเซียมในโลก
- 1 ใน 4 ของฟอซฟอรัสและแร่อพาไทต์ในโลก
- 1 ใน 15 ของแหล่งพลังงานน้ำในโลก
- 1 ใน 2 ของแหล่งป่าไม้สำรองของโลก
พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ
ข้อมูลทั่วไป
เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์แห่งแรก และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรกของโลกตั้งอยู่ที่รัสเซีย คือ โรงไฟฟ้ากำลัง 5 ล้านวัตต์ ชื่อ Obninsk (Обнинск) สร้างในปี ค.ศ. 1954 ต่อมา รัสเซียได้สร้างโรงไฟฟ้าเชิงพาณิชย์เพิ่มอีก 2 แห่ง ในปี 1963-1964 ตลอดจนปี 1971-1973 ในช่วงกลางทศวรรษที่ 90 รัสเซียมีเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ทั่วประเทศกว่า 25 แห่ง หากแต่อุตสาหกรรมนิวเคลียร์ยังคงถูกรบกวนโดยปัญหาทางเทคนิคต่างๆ
เหตุการณ์ที่เชร์โนบิล ก่อให้เกิดจุดหักเหของอุตสาหกรรมพลังงานนิวเคลียร์ หลังปี 1986 จนถึงปลายศตวรรษที่ 20 นั้น รัสเซียเหลือโรงไฟฟ้าที่เปิดใช้งานจริงแค่เพียง 1 โรงเท่านั้น ผนวกกับการล่มสลายของสหภาพโซเวียต ทำให้รัสเซียขาดแคลนแหล่งทุนเพื่อพัฒนานิวเคลียร์ การสร้างขยายหยุดชะงัก รัสเซียจึงต้องหันมาขายสารกัมมันตภาพรังสีนิวเคลียร์แก่อิหร่าน จีน และอินเดียแทนในช่วงปลายศตวรรษที่แล้ว เพื่อนำเงินมาชดเชยและสนับสนุนงานพัฒนานิวเคลียร์ของตนต่อไป
ในปัจจุบันการขยายโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์กำลังเดินหน้าต่อไป มีโรงไฟฟ้าก่อสร้างและปรับปรุงกว่า 2 พันแห่ง และรัฐบาลรัสเซียมีแผนที่จะสร้างโรงไฟฟ้าเพื่อขยายกำลังไฟฟ้าให้มากขึ้น 2-3 พันล้านวัตต์ค่อปี จนถึงปี 2030 และยังสนับสนุนการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในต่างประเทศเพื่อให้ทันกับความต้องการกว่า 300 พันล้านวัตต์ สำหรับการขยายตัวถึงกลางศตวรรษนี้
สถิติที่น่าสนใจ
- รัสเซียมีเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่ใช้งานอยู่ทั้งหมด 31 แห่ง สร้างกำลังไฟฟ้าทั้งหมด 21,743 ล้านวัตต์ ประกอบด้วย
- งบประมาณแห่งชาติสำหรับด้านนิวเคลียร์ เพิ่มจาก ร้อยละ 15.6 เป็นร้อยละ 18.6 ในปี 2006 เพื่อการควบคุมรักษาความปลอดภัย และการถ่ายทอดเทคโนโลยีนิวเคลียร์ไปยังต่างประเทศ
- รัฐบาลตั้งเป้าลดการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซ และหันมาเพิ่มการผลิตจากนิวเคลียร์ ถ่านหิน และน้ำแทนภายในปี 2009 – 2012 และวางเป้าหมายไว้ว่าจะผลิตไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์เพิ่มขึ้นอย่างน้อยปีละ 2.3 เท่า ก่อนปี 2020
- กากสารยูเรนียมที่ใช้แล้ว ยังคงเก็บไว้ที่บริเวณโรงไฟฟ้า การนำกากสารกัมตตภาพรังสีกลับมาใช้ใหม่ยังทำได้โดยจำกัด ด้วยปัญหาเทคโนโลยีและเงินทุนงบประมาณจำกัด
- รัสเซียเริ่มส่งออกพลังงานนิวเคลียร์ครั้งแรก ประมาณปี 1973 การส่งออกสารยูเรเนียม เริ่มครั้งแรกประมาณปี 1990
- ลูกค้ารายใหม่ของรัสเซียในการซื้อสารกัมมันตภาพรังสีนิวเคลียร์ คือ แอฟริกาใต้ นามิเบีย ชิลี โมร็อกโก อียิปต์ แอลจีเรีย เวียดนาม และบังคลาเทศ
ที่มา: Royal Thai Embassy, Moscow Read more:
|